ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวโน้มการลาออกจากองค์การ : ศึกษากรณี ข้าราชการมหาวิทยาลัยมหิดลในสาขาวิชาขาดแคลน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวโน้มการลาออกจากองค์การ : ศึกษากรณี ข้าราชการมหาวิทยาลัยมหิดลในสาขาวิชาขาดแคลน
นักวิจัย : จุรีพร กาญจนการุณ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59723
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่องปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวโน้มการลาออกจาก องค์การ ของข้าราชการมหาวิทยาลัยมหิดลในสาขาวิชาขาดแคลน มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยดังนี้ 1. เพื่อศึกษา ระดับแนวโน้มการลาออกจากองค์การ ระดับ ความผูกพันต่อองค์การระดับความพึงพอใจงานโดยทั่วไป ระดับ ความพึงพอใจเฉพาะเกี่ยวกับงานทั้ง 5 ด้าน อันได้แก่ ด้านรายได้ ด้านความมั่นคง ด้านมิตรสัมพันธ์ ด้านผู้บังคับ บัญชา และด้านความก้าวหน้าของข้าราชการมหาวิทยาลัยมหิดล ในสาขาวิชาที่ขาดแคลน 2. เพื่อศึกษาอำนาจการทำนายของตัวแปรความผูกพันต่อ องค์การ ความพึงพอใจงานโดยทั่วไป ความพึงพอใจเฉพาะเกี่ยวกับ งานด้านรายได้ ด้านความมั่นคง ด้านมิตรสัมพันธ์ด้าน ผู้บังคับบัญชา ด้านความก้าวหน้า ที่ส่งผลต่อแนวโน้มการ ลาออกจากองค์การ และสร้างสมการทำนายแนวโน้มการลาออก จากองค์การของข้าราชการมหาวิทยาลัยมหิดล ในสาขาวิชาที่ ขาดแคลน 3. เพื่อเปรียบเทียบระดับแนวโน้มการลาออกจากองค์การ ระดับความผูกพันต่อองค์การระดับความพึงพอใจงานโดยทั่วไป ระดับความพึงพอใจเฉพาะเกี่ยวกับงานทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ ด้านรายได้ ด้านความมั่นคง ด้านมิตรสัมพันธ์ ด้านผู้บังคับบัญชา และด้านความก้าวหน้าของข้าราชการมหาวิทยาลัยมหิดลที่มีวุฒิ อยู่ในสาขาวิชาที่ขาดแคลน โดยแยกศึกษาตามลักษณะสายงาน ระดับการศึกษา อายุ อายุการทำงาน ระดับตำแหน่ง เพศ และ สถานภาพสมรส การศึกษาครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยมีกลุ่ม ตัวอย่างเป็นข้าราชการมหาวิทยาลัยมหิดลที่มีวุฒิอยู่ใน สาขาวิชาที่ขาดแคลนจำนวน 556 คน ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่าง โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling)เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาวิจัยประกอบด้วยแบบ สอบถามข้อมูลรายะลเอียดเกี่ยวกับบุคคล แบบทดสอบเกี่ยวกับ แนวโน้มการลาออกจากองค์การ แบบทดสอบความผูกพันต่อองค์การ แบบทดสอบความพึงพอใจงานโดยทั่วไปและแบบทดสอบความพึงพอใจ เฉพาะเกี่ยวกับงาน 5 ด้าน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ถดถอยพหุ คูณแบบเพิ่มตัวแปรเป็นขั้น ๆ (Stepwise Multiple Regression Analysis) การทดสอบค่า (t-test) และการทดสอบค่าเอฟ (F-test) ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ 1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ เกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้วพบว่าข้าราชการมหาวิทยาลัยมหิดลในสาขา วิชาขาดแคลน มีระดับแนวโน้มการลาออกจากองค์การระดับ ความผูกพันต่อองค์การ ระดับความพึงพอใจงานโดยทั่วไป ระดับความพึงพอใจเฉพาะเกี่ยวกับงานด้านรายได้ ด้าน ผู้บังคับบัญชาและด้านความก้าวหน้า ปรากฎว่าอยู่ในระดับ ปานกลางและมีระดับความพึงพอใจเฉพาะเกี่ยวกับงานด้าน ความมั่นคง ด้านมิตรสัมพันธ์ ปรากฎว่าอยู่ในระดับสูง 2. ตัวทำนายที่มีนัยสำคัญ หรือมีประสิทธิภาพใน การทำนาย แนวโน้มการลาออกจากองค์การ ของข้าราชการ มหาวิทยาลัยมหดลในสาขาวิชาขาดแคลนมีดังนี้2.1 ตัวทำนายทั้ง 5 ที่มีประสิทธิภาพในการทำนาย แนวโน้มการลาออกจากองค์การของข้าราชการในสาขาวิชาขาดแคลน (y()) ได้แก่ ความพึงพอใจงานโดยทั่วไป (x(,6)) ความผูกพันต่อ องค์การ (x(,7)) ความพึงพอใจเฉพาะเกี่ยวกับงานด้านความมั่นคง (x(,2)) ด้านมิตรสัมพันธ์ (x(,3)) ด้านผู้บังคับบัญชา (x(,4))ตามลำดับ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณระหว่าง แนวโน้มการลาออกจากองค์การกับกลุ่มตัวทำนายทั้ง 5 มี ค่าเป็น .8087 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ตัว ทำนายทั้งห้าสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของแนวโน้ม การลาออกจากองค์การ หรือมีอำนาจทำนายได้ร้อยละ 65.40 โดย มีค่าความคลาดเคลื่อนของการทำนายเท่ากับ .8274 และได้สมการ ทำนายในรูปคะแนนดิบ ดังนี้ y()=9.2147-0.5530x(,6)-0.6293x(,7)-0.1109x(,2)+ 0.1771x(,3)-0.1009x(,4)2.2 ตัวทำนายทั้ง 6 ที่มีประสิทธิภาพในการทำนาย แนวโน้มการลาออกจากองค์การของข้าราชการในสาขาวิชาขาดแคลน สาย ก.(y()) ได้แก่ ความพึงพอใจงานโดยทั่วไป (x(,6)) ความพึงพอใจเฉพาะเกี่ยวกับงานด้านความมั่นคง (x(,2)) ความผูกพัน ต่อองค์การ (x(,7)) ความพึงพอใจเฉพาะเกี่ยวกับงานด้าน ผู้บังคับบัญชา (x(,4)) ด้านความก้าวหน้า (x(,5)) ด้านรายได้ (x(,1)) ตามลำดับ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณระหว่าง แนวโน้มการลาออกจากองค์การกับกลุ่มตัวทำนายทั้ง 6 มีค่าเป็น .77597 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ตัวทำนาย ทั้งหกสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของแนวโน้มการลาออก จากองค์การ หรือมีอำนาจทำนายได้ร้อยละ 60.21 โดยมีค่า ความคลาดเคลื่อนของการทำนายเท่ากับ .80058 และได้สมการ ทำนายในรูปคะแนนดิบ ดังนี้ y()=9.15746-0.4266x(,6)-0.3315x(,2)-0.4117x(,7)- 0.3455x(,4)+0.4048x(,5)-0.0984x(,1)2.3 ตัวทำนายทั้ง 3 ที่มีประสิทธิภาพในการทำนาย แนวโน้มการลาออกจากองค์การของข้าราชการในสาขาวิชาขาดแคลน สาย ข.(y())ได้แก่ ความพึงพอใจงานโดยทั่วไป (x(,6)) ความผูกพันต่อองค์การ (x(,7)) และความพึงพอใจเฉพาะเกี่ยวกับ งานด้านมิตรสัมพันธ์ (x(,3)) ตามลำดับ ค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์พหุคูณระหว่างแนวโน้มการลาออกจากองค์การ กับกลุ่มตัวทำนายทั้ง 3 มีค่าเป็น .80985 อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .001 ตัวทำนายทั้งสามสามารถร่วมกัน อธิบายความแปรปรวนของแนวโน้มการลาออกจากองค์การหรือมี อำนาจทำนายได้ร้อยละ 65.59 โดยค่าความคลาดเคลื่อนของ การทำนายเท่ากับ .77654 และได้สมการทำนายในรูปคะแนน ดิบดังนี้ y()=8.79996-0.6490x(,6)-0.6528x(,7)+0.1696x(,3)2.4 ตัวทำนายทั้ง 3 ที่มีประสิทธิภาพในการทำนาย แนวโน้มการลาออกจากองค์การของข้าราชการในสาขาวิชาขาดแคลน สาย ค.(y()) ได้แก่ ความผูกพันต่อองค์การ (x(,7)) ความพึงพอใจเฉพาะกี่ยวกับงานด้านรายได้ (x(,1)) ด้าน ผู้บังคับบัญชา (x(,4)) ตามลำดับ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุ คูณระหว่างแนวโน้มการลาออกจากองค์การกับกลุ่มตัวทำนายทั้ง 3 มี ค่าเป็น .8002 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ตัวทำนายทั้งสามสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวน ของแนวโน้มการลาออกจากองค์การ หรือมีอำนาจทำนายได้ร้อยละ 64.04 โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนของการทำนายเท่ากับ .75685 และได้สมการทำนายในรูปคะแนนดิบดังนี้ y()=10.16421-0.7404x(,7)-0.2382x(,1)-0.2947x(,4) 3. การเปรียบเทียบระดับแนวโน้มการลาออกจากองค์การ ระดับความผูกพันต่อองค์การ ความพึงพอใจงานโดยทั่วไป ความพึงพอใจเฉพาะเกี่ยวกับงานทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ ด้านรายได้ ด้านความมั่นคง ด้านมิตรสัมพันธ์ ด้านผู้บังคับบัญชา และด้านความก้าวหน้า ของข้าราชการมหาวิทยาลัยมหิดลในสาขา วิชาที่ขาดแคลน โดยแยกศึกษาตามลักษณะสายงาน ระดับการศึกษา อายุ อายุการทำงาน ระดับตำแหน่ง เพศ และสถานภาพสมรส พบว่า3.1 ข้าราชการกลุ่มสาย ค.มีระดับแนวโน้มการลาออก จากองค์การมากกว่ากลุ่มสาย ข. และกลุ่มสาย ก. ตามลำดับ และข้าราชการกลุ่มสาย ข. มีระดับแนวโน้มการลาออกจาก องค์การ มากกว่า กลุ่มสาย ก. อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ข้าราชการกลุ่มสาย ก. มีระดับความพึงพอใจเฉพาะเกี่ยว กับงานทั้ง 5 ด้าน และระดับความพึงพอใจงานโดยทั่วไป มากกว่า สาย ข. และสาย ค. ตามลำดับ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนข้าราชการกลุ่มสาย ข. มีระดับไม่แตกต่างกัน กับกลุ่ม สาย ค. ข้าราชการกลุ่มสาย ก. มีระดับความผูกพันต่อองค์การ มากกว่า กลุ่มสาย ข. และสาย ค. ตามลำดับ และข้าราชการ กลุ่มสาย ข.มีระดับความผูกพันสูงกว่ากลุ่มสาย ค. อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ3.2 ข้าราชการโดยส่วนใหญ่ที่มีระดับการศึกษาต่ำ อายุต่ำ อายุการทำงานต่ำระดับตำแหน่งต่ำ จะมีระดับแนวโน้ม การลาออกจากองค์การมากกว่า แต่จะมีระดับความผูกพันต่อ องค์การ ระดับความพึงพอใจงานโดยทั่วไป ระดับความพึงพอใจ เฉพาะเกี่ยวกับงานทั้ง 5 ด้านน้อยกว่า ข้าราชการกลุ่มที่มี ระดับการศึกษาสูง อายุสูง อายุการทำงานสูง ระดับตำแหน่งสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้ยกเว้นตัวแปรความพึงพอใจ ไม่พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เฉพาะ ในกลุ่มช่วงอายุและอายุการทำงานที่แตกต่างกัน3.3 ข้าราชการหญิงมีระดับแนวโน้มการลาออกจาก องค์การมากกว่า แต่จะมีระดับความพึงพอใจงานโดยทั่วไประดับ ความพึงพอใจเฉพาะเกี่ยวกับงานด้านมิตรสัมพันธ์น้อยกว่า ข้าราชการชายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในขณะที่ข้าราชการที่ มีเพศแตกต่างกันทั้งคู่นี้จะมีระดับความพึงพอใจเฉพาะ เกี่ยวกับงานด้านรายได้ ด้านความมั่นคง ความผูกพันต่อ องค์การ ไม่แตกต่างกัน3.4 ข้าราชการที่มีสถานภาพสมรสเป็นโสด มีระดับ แนวโน้มการลาออกจากองค์การมากกว่าแต่จะมีระดับความผูกพัน ต่อองค์การ ความพึงพอใจงานโดยทั่วไป ความพึงพอใจเฉพาะ เกี่ยวกับงานด้านรายได้ ด้านความมั่นคง ด้านมิตรสัมพันธ์ ด้านความก้าวหน้า น้อยกว่าข้าราชการกลุ่มที่แต่งงานแล้ว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่ข้าราชการที่มีสถานภาพ สมรสแตกต่างกัน ทั้งคู่นี้จะมีระดับความพึงพอใจเฉพาะ เกี่ยวกับงานด้านผู้บังคับบัญชา ไม่แตกต่างกัน

บรรณานุกรม :
จุรีพร กาญจนการุณ . (2536). ปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวโน้มการลาออกจากองค์การ : ศึกษากรณี ข้าราชการมหาวิทยาลัยมหิดลในสาขาวิชาขาดแคลน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จุรีพร กาญจนการุณ . 2536. "ปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวโน้มการลาออกจากองค์การ : ศึกษากรณี ข้าราชการมหาวิทยาลัยมหิดลในสาขาวิชาขาดแคลน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จุรีพร กาญจนการุณ . "ปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวโน้มการลาออกจากองค์การ : ศึกษากรณี ข้าราชการมหาวิทยาลัยมหิดลในสาขาวิชาขาดแคลน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
จุรีพร กาญจนการุณ . ปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวโน้มการลาออกจากองค์การ : ศึกษากรณี ข้าราชการมหาวิทยาลัยมหิดลในสาขาวิชาขาดแคลน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.