| ชื่อเรื่อง | : | องค์ความรู้นิเวศน์วิทยาของชุมชนเกษตรกรรมในเขตป่าศึกษากรณีชุมชนกะ เหรี่ยงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร |
| นักวิจัย | : | ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2534 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59513 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับความรู้ทางนิเวศน์วิทยาของ ชุมชนกะเหรี่ยงโดยได้ศึกษาถึงระบบความรู้ ความคิด การนิยามธรรมชาติ และมโนทัศน์ที่มีต่อระบบทางธรรมชาติ โดยพิจารณาบทบาทของความรู้ทาง นิเวศน์วิทยาของชุมชนที่มีต่อระบบการผลิตเพื่อการยังชีพตลอดจนระบบการจัด การทรัพยากรธรรมชาติ เสถียรภาพของระบบการจัดการในทางนิเวศน์วิทยา และความเกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบทางสังคมของชุมชน นอกจากนี้ยังได้ ศึกษาถึงเงือนไขและปัจจัยที่จะก่อให้เกิความเปลี่ยนแปลงทางด้านความรู้ อีกด้วย โดยได้เลือกสั้กษาในหมู่บ้านเกริงบอ ซึ่งอยู่ในตำบลแม่จัน อ อุ้มผาง จ.ตากในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งนะวันออก อันเป็นชุมชน เก่าแก่ที่มีอายุกว่า 200 ปี ที่ยังคงสามารถรักษาระบบความรู้ทางนิเวศน์ วิทยาดั้งเดิมไว้ได้จวบจนปัจจุบัน จากการศึกษาได้พบว่า ระบบความรู้ทางนิเวศน์วิทยาที่มีความสำคัญ มากที่สุด คือ ระบบความรู้ที่เกี่ยวกับการผลิตภายใต้ระบบเกษตรกรรมแบบไร่ หมุนเวียน อันเป็นระบบความรู้ที่มีคุณลักษณะที่หลากหลาย ซับซ้อน โดยอาจ แบ่งออกได้เป็น 5 ลักษณะ คือ 1. ความรู้เรื่องป่า 2. ความรู้เรื่อง ภูมิอากาศ 3. ความรู้เรื่องพืช 4. ความรู้เรื่องสัตว์ 5. ความรู้เรื่อง สิ่งคุ้มครองธรรมชาติ ความรู้เหล่านี้แม้จะมีความซับซ้อน และหลากหลาย หากแต่ก็มีลักษณะเป็นองค์ความ มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างกันและกันใน หลายมิติการเข้าถึงระบบความรู้ และความเชื่อมโยงของความรู้ต่าง ๆ ในระบบอย่างลึกซึ้ง และแตกฉาน จะช่วยให้การทำไร่ข้าวประสบผลสำเร็จ เป็นอย่างดี ภายในระบบความรู้เกี่ยวกับธรรมชาตินี้ สิ่งสำคัญอันเป็นรากฐาน ของความรู้คือ มโนทัศน์ที่มีเกี่ยวกับจักรวาลวิทยา ตามความเชื่อใน วัฒนธรรมกะเหรี่ยง ซึ่งได้จัดวางสรรพสิ่งที่ดำรงชีวิตอยู่ภายใต้อาณาจักร เดียวกัน และมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงซึ่งกันและกันอย่างมีลำดับขั้น ทางธรรมชาติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน แม่น้ำ อากาศ ต้นไม้ ล้วนมีสิ่งอัน คุ้มครองธรรมชาติมี จิตวิญญาณ และมี เจ้า (ของ) คุณลักษณะสำคัญ ของธรรมชาติอันนี้ทำให้มนุษย์ไม่อาจ ครอบครอง หรือเป็นเจ้า ของธรรมชาติได้ ทำได้เพียงการ ขอใช้ ด้วยวิถีทางแห่งการ เคารพ ต่อธรรมชาติ นอกจากนี้สำหรับมนุษย์แล้ววิถีการดำรงชีวิตภายใต้วัฒนธรรม แห่งการ มีศีล มีธรรม เท่านั้น จึงจะสามารถรักษาสมดุลยภาพของความ สัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติไว้ได้ ความรู้และโมนทัศน์ที่มีต่อธรรมชาติเช่นนี้ทำให้การจัด การทรัพยากรธรรมชาติภายใต้ระบบการทำไร่หมุนเวียนมีเสถียรภาพอย่างยิ่ง ในด้านนิเวศน์วิทยาแล้ว ระบบความรู้และมโนทัศน์เช่นนี้ได้ทำให้เกิดการใช้ ทรัพยากรอย่างประหยัด โดยใช้แต่เพียงพอแก่การยังชีพในแต่ละปีการผลิตไม่ ละโมบหรือสะสม และการหมุนเวียนใช้ที่ดินในระบบไร่หมุนเวียนมี ความคล่องตัว และยืดหยุ่นอย่างยิ่งเพราะไม่มีใครถือครองหรือเป็นเจ้าของที่ ดิน ในด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกจิเพื่อยังชีพผลผลิตข้าวที่ได้ในแต่ละปีมี ความพอเพียงและเหลือจากการบริโภคอีกด้วย ทั้งนี้เพราะสภาพดินมีความ อุดมสมบูรณ์ อันเป็นผลมาจากความเสถียรภาพของการจัดการป่า ซึ่งทำให้ป่า มีเวลาในการฟื้นตัวอย่างพอเพียง ในการศึกษาถึงความเปลี่ยนแปลงนั้น ได้เลือกหมู่บ้านจะแก ซึ่งอยู่ใน ต.โลโว่ อ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก เป็นกรณีศึกษา ทั้งนี้เพราะเป็นหมู่บ้านที่มีโครงการรัฐลงทำงาน พัฒนาเข้มข้นมากที่สุด และกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมและ ความรู้ที่สำคัญ การศึกษาได้ชี้ให้เห็นว่า ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้นภาย ใต้เงื่อนไขของการใช้อำนาจ และการครอบงำจากรัฐด้วยกลไกของการ พัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมการบังคับให้เปลี่ยนแปลงด้วยระบบโรงเรียน และการเก็บภาษีที่ดินของรัฐ ตลอดจนโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้นโดยปราศ จากความเข้าใจถึงรากฐานความรู้และระบบวัฒนธรรมของชุมชน และ ด้วยทรรศนะพื้นฐานของการเหยียดทางวัฒนธรรมสิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงทางความคิด และมโนทัศน์ของชุมชนที่มีต่อธรรมชาติ และความ สัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ อันจะส่งผลต่อเนื่องถึงระบบการจัด การทรัพยากรธรรมชาติในที่สุด อย่างไรก็ตาม การศึกษายังได้ชี้ให้เห็นถึงพลวัตรภายในของชุมชน ซึ่ง ได้ก่อรูปขึ้นเป็นขบวนการทางวัฒนธรรม เพื่อตอบโต้การเปลี่ยนแปลงพล วัตรนี้เป็นผลมาจากพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ซึ่งได้ทำให้ชุมชนกะเหรียงมี รากฐานทางวัฒนธรรมอันเข้มแข็งและสิ่งนี้จะเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการปรับ ทิศทางของการเปลี่ยนแปลงทางความรู้ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ของชุมชนต่อไปในอนาคต |
| บรรณานุกรม | : |
ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี . (2534). องค์ความรู้นิเวศน์วิทยาของชุมชนเกษตรกรรมในเขตป่าศึกษากรณีชุมชนกะ เหรี่ยงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี . 2534. "องค์ความรู้นิเวศน์วิทยาของชุมชนเกษตรกรรมในเขตป่าศึกษากรณีชุมชนกะ เหรี่ยงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี . "องค์ความรู้นิเวศน์วิทยาของชุมชนเกษตรกรรมในเขตป่าศึกษากรณีชุมชนกะ เหรี่ยงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2534. Print. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี . องค์ความรู้นิเวศน์วิทยาของชุมชนเกษตรกรรมในเขตป่าศึกษากรณีชุมชนกะ เหรี่ยงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2534.
|
