ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งอุตสกหกรรมของนักลงทุน ระหว่างในนิคมอุตสาหกรรมของรัฐกับนิคมอุตสาหกรรมของเอกชนในประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งอุตสกหกรรมของนักลงทุน ระหว่างในนิคมอุตสาหกรรมของรัฐกับนิคมอุตสาหกรรมของเอกชนในประเทศไทย
นักวิจัย : กัลยา เทียนวงศ์
คำค้น : ที่ตั้งอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรม , INDUSTRIAL LOCATION IN INDUSTRIAL ESTATES
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=55247
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ 1)เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ รูปแบบทางที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทย 2)เพื่อศึกษารูปแบบทางที่ตั้ง ของอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมของรัฐและในนิคมอุตสาหกรรม ของเอกชน 3)เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งอุตสาหกรรมของ นักลงทุนระหว่างในนิคมอุตสาหกรรมของรัฐกับในนิคมอุตสาหกรรมของเอกชน และ 4)เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งอุตสาหกรรมของนักลงทุน ระหว่างในนิคมอุตสาหกรรมชเขตที่ 1 เขตที่ 2 และเขตที่ 3 ข้อมูลที่นำมาใช้เป็น ข้อมูลทุติยภูมิ ปี พ.ศ.2544-2545 จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง พื้นที่ที่ทำการศึกษาคือจังหวัดที่มีนิคม อุตสาหกรรมตั้งอยู่ 11 จังหวัด เครื่องมือที่นำมาใช้คือวิธีการทางแผนที่ (Cartographic Method), t-test, Chi-Square ((+,c)(2)) และ F-test ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบทางที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยนั้น ภาคที่มีนิคม อุตสหกรรมตั้งอยู่มากที่สุดคือภาคกลางกับภาคตะวันออกตามลำดับ จังหวัดระยอง เป็นจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรมตั้งมากที่สุด ส่วนในพื้นที่ของเขตส่งเสริม การลงทุนเขต 2 นั้นมีนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่มากที่สุดส่วนรูปแบบของอุตสาหกรรม ในนิคมอุตสาหกรรมนั้น จังหวัดที่มีอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมากที่สุด คือจังหวัดสมุทรปราการ รองลงมาคือชลบุรี กรุงเทพมหานครและพระนครศรีอยุธยา โดยในภาคกลางมีอุตสาหกรรมที่ตั้งมากที่สุดคืออุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ตั้งมากในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนในภาคตะวันออกมีอุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่งตั้งมากในจังหวัดชลบุรี ในนิคมอุตสาหกรรมของรัฐนั้นมีอุตสาหกรรมตั้งมากที่สุดในกรุงเทพมหานครโดยมี อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ตั้งมากที่สุด ในนิคมอุตสาหกรรมของเอกชนนั้นมีอุตสาหกรรมตั้งมากที่สุดในจังหวัดสมุทรปราการ กับพระนครศรีอยุธยา โดยอุตสาหกรรมที่ตั้งมากที่สุดคืออุตสาหกรรมเหล็ก และผลิตภัณฑ์โลหะส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งอุตสาหกรรม ของนักลงทุนระหว่างในนิคมอุตสาหกรรมของรัฐกับเอกชน ที่มีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 คือปัจจัยด้านเงินลงทุนของอุตสาหกรรม กับปัจจัยด้านสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านราคาค่าน้ำ การมีเขตพาณิชยกรรมและที่พักอาศัย และความสะดวกในการขนส่ง และปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งอุตสหกรรมของนักลงทุนระหว่าง ในนิคมอุตสาหกรรมเขตที่ 1 เขตที่ 2 และเขตที่ 3 ซึ่งมีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 คือ ปัจจัยด้านจำนวนโรงงาน ราคาที่ดิน สาธาณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านราคาค่าบำรุงรักษาส่วนกลาง ราคาค่าน้ำ ความสะดวกในการขนส่ง ระยะทางห่างจากสนามบินดอนเมือง ระยะทางห่างจากสนามบิน ที่ใกล้ที่สุด ระยะทางห่างจากท่าเรือคลองเตย และปัจจัยด้านสิทธิประโยชน์ ที่ได้รับจากภาครัฐ

บรรณานุกรม :
กัลยา เทียนวงศ์ . (2545). การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งอุตสกหกรรมของนักลงทุน ระหว่างในนิคมอุตสาหกรรมของรัฐกับนิคมอุตสาหกรรมของเอกชนในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กัลยา เทียนวงศ์ . 2545. "การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งอุตสกหกรรมของนักลงทุน ระหว่างในนิคมอุตสาหกรรมของรัฐกับนิคมอุตสาหกรรมของเอกชนในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กัลยา เทียนวงศ์ . "การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งอุตสกหกรรมของนักลงทุน ระหว่างในนิคมอุตสาหกรรมของรัฐกับนิคมอุตสาหกรรมของเอกชนในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
กัลยา เทียนวงศ์ . การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งอุตสกหกรรมของนักลงทุน ระหว่างในนิคมอุตสาหกรรมของรัฐกับนิคมอุตสาหกรรมของเอกชนในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.