ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปฏิสัมพันธ์ของการเรียนรู้ในชุมชนและโรงเรียน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปฏิสัมพันธ์ของการเรียนรู้ในชุมชนและโรงเรียน
นักวิจัย : พจนี เทียมศักดิ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=52361
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยเรื่องปฏิสัมพันธ์ของการเรียนรู้ในชุมชนและโรงเรียนครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ที่ สำคัญคือเพื่อการศึกษาแบบแผน กระบวนการ และเงื่อนไขที่เป็นตัวกำหนดการเรียนรู้ในระบบ โรงเรียน ศึกษากระบวนการเรียนรู้ในชุมชน และเพื่อศึกษาแบบแผนและเงื่อนไขของปฏิสัมพันธ์ ของการเรียนรู้ในชุมชนและโรงเรียน เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจรูปแบบของการเรียนรู้ระหว่างชุมชน กับโรงเรียน ผู้วิจัยใช้วิธีวิทยาการเชิงคุณภาพเป็นวิธีการในการศึกษาในระดับจุลภาค โดยศึกษา จากความหมายที่คนในชุมชนมีต่อปรากฏการณ์ เพื่อเข้าถึงปรากฏการณ์ทางสังคม ที่จะนำไปสู่ การสร้างข้อสรุปเชิงทฤษฎี โดยมีแนวคำถาม เพื่อใช้ในการสัมภาษณ์ระดับลึกผู้ให้ข้อมูลหลัก ซึ่งเลือกโดยใช้วิธีการเลือกเชิงทฤษฎี ผลการศึกษาพบว่า แบบแผนการเรียนรู้ในระบบโรงเรียนมี 3 แบบ ได้แก่ 1. แบบแผนการ เรียนรู้แบบทางเดียว หรือการเรียนรู้ที่ครูเป็นศูนย์กลาง 2. แบบแผนการเรียนรู้แบบยึดมาตรฐาน เดียวกัน หรือการเรียนรู้แบบลักษณะเดียว 3. แบบแผนการเรียนรู้แบบแลกเปลี่ยนเงื่อนไขสำคัญ ที่มีผลต่อแบบแผนการเรียนรู้ในระบบโรงเรียนได้แก่ เงื่อนไขที่เกี่ยวกับการกำหนดนโยบายจาก ส่วนกลางและเงื่อนไขการบริหารจัดการแบบราชการในโรงเรียน ในเรื่องโครงสร้างการบริหาร การคัดเลือกครู การแต่งตั้งบุคลากรในโรงเรียน การโยกย้าย การแต่งตั้งผู้บริหาร การพิจารณา ความดีความชอบ การเรียนรู้ในวิถีชีวิตชุมชน มี 4 มิติ คือ 1. ความรู้และระบบความรู้ในเรื่องการทำนา การหา อาหาร การทำจักสาน การทอผ้า การเพาะพันธุ์พืช และสมุนไพร 2. การสั่งสมและการกระจาย ความรู้ ซึ่งมีการกระจายความรู้ภายในกลุ่มครอบครัวและเครือญาติ การกระจายความรู้ผ่าน ผู้นำ การบอกเล่าแบบปากต่อปากจากคนในหมู่บ้านเดียวกัน การรวมกลุ่มจับกลุ่มพูดคุย การ อ่านเอกสารที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร การถ่ายทอดจากศรัทธา ความเชื่อ พิธีกรรม จารีต ธรรมเนียม และการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การทัศนศึกษา การเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ การละเล่นพื้นบ้าน : บทเพลงกลอนลำ และการรณรงค์ 3. สถาบันซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ ได้แก่ ครอบครัวซึ่งเป็นสถาบันถ่ายทอดความรู้แก่สมาชิกในครัวเรือน วัดซึ่งเป็นสถาบันถ่ายทอด ความรู้แก่สมาชิกในครัวเรือน และปราชญ์ชุมชน ในฐานะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เฉพาะด้าน 4. การสร้างสรรค์ปรับปรุงความรู้และระบบความรู้ แบบแผนของปฏิสัมพันธ์ของการเรียนรู้ในชุมชนและโรงเรียน มี 2 แบบด้วยคือ คือ (1) การเรียนรู้แบบเท่าเทียมกันจากปฏิสัมพันธ์ในแนวนอน ซึ่งมีลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย และ ผ่อนปรนเข้าหากันของชาวบ้านและโรงเรียน โดยที่ทุกฝ่ายจะมีความเท่าเทียมและเสมอภาค ใน เรื่องต่างๆ (2) การเรียนรู้แบบไม่เท่าเทียมกันจากปฏิสัมพันธ์ในแบบแนวตั้ง ปฏิสัมพันธ์เกิดขึ้น จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้ความคิดของตนเองเป็นหลักยึดในความคิดไม่ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งคิดว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ หรือเอกสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นหรือมีส่วนร่วมใน การตัดสินใจ ทำให้เกิดการเรียนรู้แบบไม่เท่าเทียมกัน

บรรณานุกรม :
พจนี เทียมศักดิ์ . (2542). ปฏิสัมพันธ์ของการเรียนรู้ในชุมชนและโรงเรียน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พจนี เทียมศักดิ์ . 2542. "ปฏิสัมพันธ์ของการเรียนรู้ในชุมชนและโรงเรียน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พจนี เทียมศักดิ์ . "ปฏิสัมพันธ์ของการเรียนรู้ในชุมชนและโรงเรียน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
พจนี เทียมศักดิ์ . ปฏิสัมพันธ์ของการเรียนรู้ในชุมชนและโรงเรียน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.