| ชื่อเรื่อง | : | ทัศนคติและพฤติกรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของกำนันผู้ใหญ่บ้าน : ศึกษาเฉพาะกรณีอำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา |
| นักวิจัย | : | สุทธิ กล่ำรักษ์ |
| คำค้น | : | 150 P. |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222538000054 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของกำนันผู้ใหญ่บ้านเพราะกำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นกลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพลต่อความคิด ค่านิยม ทัศนคติและพฤติกรรมทางการเมือง รวมถึงการถ่ายทอดวัฒนธรรมทางการเมืองไปสู่ประชาชนในตำบลหมู่บ้านเพราะตำบลหมู่บ้านถือเป็นมวลชนระดับล่างสุดและเป็นรากฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย หากกำนันผู้ใหญ่บ้านมีทัศนคติและพฤติกรรมทางการเมืองที่สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยก็จะส่งผลให้ประชาชนในตำบลหมู่บ้านซึ่งเป็นผู้รับอิทธิพลทางด้านความคิดจากกำนันผุ้ใหญ่บ้าน สามารถเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 210 คน เก็บข้อมูลโดยแบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับทัศนคติและพฤติกรรมทางการเมือง และการยอมรับกระแสโลกาภิวัตน์มีผลกระทบต่อทัศนคติและพฤติกรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของกำนันผู้ใหญ่บ้านแล้วทำการประมวลผลเพื่อหาค่าความสัมพันธ์ของตัวแปรโดยใช้ค่าสถิติร้อยละ ทดสอบค่าเฉลี่ยของตัวแปรที่สำคัญบางตัวด้วย F-test, t-test และหาค่าสหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1. ช่วงระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง การศึกษา สถานภาพสมรสฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว การถือครองที่ดิน และอาชีพของกำนันผุ้ใหญ่บ้าน ไม่มีความสัมพันธ์ในเรื่องทัศนคติทางการเมืองแบบประชาธิปไตย แต่จากค่าเฉลี่ย (X) ของทัศนคติทางการเมือง มีแนวโน้มว่า กำนันผู้ใหญ่บ้านที่ดำรงตำแหน่งระยะเวลายาวมีระดับการศึกษาสูงและมีสถานภาพโสด จะมีทัศนคติทางการเมืองแบบประชาธิปไตยเชิงบวก 2. อายุ และเพศของกำนันผู้ใหญ่บ้าน มีความสัมพันธ์กับทัศนคติทางการเมืองแบบประชาธิปไตย จากค่าเฉลี่ย (X)ของทัศนคติทางการเมือง พบว่ากำนันผู้ใหญ่บ้านที่มีอายุมากจะมีทัศนคติทางการเมืองแบบประชาธิปไตยมากกว่ากำนันผู้ใหญ่บ้านที่มีอายุน้อย และสำหรับตัวแปรทางเพศ พบว่า กำนันผู้ใหญ่บ้านที่เป็นเพศชายจะมีทัศนคติทางการเมืองแบบประชาธิปไตยเชิงบวกมากกว่ากำนันผู้ใหญ่บ้านที่เป็นเพศหญิง 3. พฤติกรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของกำนันผู้ใหญ่บ้าน พบว่า มีลักษณะโน้มเอียงไปทางอำนาจนิยม เช่นการไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ของกำนันผู้ใหญ่บ้านส่วนใหญ่เลือกที่ตัวเบุคคล ร้อยละ 54.8 และไม่ได้เลือกพรรคถึงแม้ ส.ส. ที่เลือกจะย้ายพรรคบ่อยครั้งก็ยังเลือก ส.ส.คนเดิมร้อยละ 77.6 เหตุผลที่เลือก ส.ส. เพราะเขามีผลงานพัฒนาท้องถิ่นของตนร้อยละ 26.7 4. การยอมรับทัศนคติต่อกระแสโลกาภิวัตน์ของกำนันผู้ใหญ่บ้านมีความสัมพันธ์กับทัศนคติทางการเมืองแบบประชาธิปไตยในระดับต่ำ และมีความสัมพันธ์เชิงบวก กล่าวคือ กำนันผู้ใหญ่บ้านให้ความสำคัญต่อกระแสโลกาภิวัตน์ เห็นด้วยกับการได้รับข่าวสารของคนในส่วนต่าง ๆ ของโลกผ่านสื่อมวลชนร้อยละ 60.0 และเห็นด้วยกับสิทธิเสรีภาพความเท่าเทียมกันร้อยละ 51.0 รวมทั้งการติดต่อปฏิสัมพันธ์กับสมาชิกของมนุษยชาติอื่น ข้อเสนอแนะจากผลการศึกษา พบว่ากำนันผู้ใหญ่บ้านมีทัศนคติและพฤติกรรมโน้มเอียงไปทางอำนาจนิยมดังที่ได้กล่าวไว้แล้วนั้น |
| บรรณานุกรม | : |
สุทธิ กล่ำรักษ์ . (2538). ทัศนคติและพฤติกรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของกำนันผู้ใหญ่บ้าน : ศึกษาเฉพาะกรณีอำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุทธิ กล่ำรักษ์ . 2538. "ทัศนคติและพฤติกรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของกำนันผู้ใหญ่บ้าน : ศึกษาเฉพาะกรณีอำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุทธิ กล่ำรักษ์ . "ทัศนคติและพฤติกรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของกำนันผู้ใหญ่บ้าน : ศึกษาเฉพาะกรณีอำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. สุทธิ กล่ำรักษ์ . ทัศนคติและพฤติกรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของกำนันผู้ใหญ่บ้าน : ศึกษาเฉพาะกรณีอำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
