| ชื่อเรื่อง | : | สตรีชนบทกับการเข้ารับบริการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาสตรี |
| นักวิจัย | : | วาณี ทัพพะปุรณะ |
| คำค้น | : | 165 P. |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2536 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222536000039 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาวะปัจจุบัน และการพัฒนากิจกรรมการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาสตรีของหน่วยงานของรัฐ ศึกษาสภาพทั่วไปเกี่ยวกับการฝึกอบรมสตรีชนบทในหมู่บ้านที่เลือกศึกษา และปัจจัยที่มีส่วนสนับสนุนหรือเป็นอุปสรรคต่อการเข้ารับการฝึกอบรมของสตรีชนบท กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาคือ สตรีในหมู่บ้านที่มีการจัดกิจกรรมการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาสตรี ในอำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 200 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์ที่สร้างขึ้น โดยยึดถือวัตถุประสงค์ของการวิจัยและตัวแปรที่ต้องการศึกษาเป็นหลัก การประมวลผลข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปSPSS ในการคำนวณค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานChi-square (x2) t-test , Pearson Product MomentCorrelation Coefficient , Multiple Regression (Method: Stepwise) ตามลักษณะของข้อมูล ผลการวิเคราะห์ 1. ในช่วงปี พ.ศ. 2530-2534 หน่วยงานของรัฐที่จัดกิจกรรมการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาสตรีในหมู่บ้านที่ศึกษาที่สตรีกลุ่มตัวอย่างสามารถระบุได้ คือ กรมการพัฒนาชุมชนกรมอนามัย กรมการศึกษานอกโรงเรียน กรมส่งเสริมการเกษตร 2. สตรีกลุ่มตัวอย่างเคยได้รับการฝึกอบรมโครงการต่าง ๆ คิดเป็นร้อยละ 29.5 และไม่เคยได้รับการฝึกอบรมโครงการใด ๆ เลย คิดเป็นร้อยละ 70.5 ในกลุ่มผู้ที่เคยเข้ารับการฝึกอบรมนั้น ประมาณครึ่งหนึ่งเคยได้รับการฝึกอบรมมากกว่า 1 ครั้ง ส่วนใหญ่จะเคยเข้ารับการฝึกอบรมความรู้ทางวิชาชีพ หลักสูตรการฝึกอบรมส่วนใหญ่จะจัดเพียง 1 วันและจัดในตำบล การได้รับข่าวสารการฝึกอบรมส่วนใหญ่จะได้รับข่าวสารจากผู้ใหญ่บ้าน สำหรับเหตุจูงใจที่ทำให้เข้ารับการฝึกอบรมที่สำคัญคือ ต้องการหาความรู้เพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ได้รับการชักชวนแนะนำจากเพื่อนบ้านและเกรงใจเจ้าหน้าที่ สำหรับความคิดเห็นด้านการฝึกอบรมพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เคยเข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่ไม่เคยนำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปปรับปรุงอาชีพที่ทำอยู่ ไม่เคยนำความรู้ไปใช้เพื่อเพิ่มรายได้และไม่เคยนำความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมไปใช้ในการสมัครงาน สำหรับอุปสรรคที่ทำให้ไม่ได้เข้ารับการฝึกอบรมพบว่าอุปสรรคที่สำคัญคือปัญหาด้านเวลา รองลงมาคือไม่ทราบข่าวว่ามีโครงการฝึกอบรมในหมู่บ้านโครงการหรือกิจกรรมที่จัดอยู่ไม่น่าสนใจ 3. ปัจจัยที่มีส่วนสนับสนุนในการเข้ารับการฝึกอบรมที่สำคัญเรียงตามลำดับคือ การเป็นสมาชิกกลุ่ม การได้รับข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ และการได้รับข่าวสารจากผู้นำในหมู่บ้าน |
| บรรณานุกรม | : |
วาณี ทัพพะปุรณะ . (2536). สตรีชนบทกับการเข้ารับบริการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาสตรี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วาณี ทัพพะปุรณะ . 2536. "สตรีชนบทกับการเข้ารับบริการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาสตรี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วาณี ทัพพะปุรณะ . "สตรีชนบทกับการเข้ารับบริการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาสตรี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print. วาณี ทัพพะปุรณะ . สตรีชนบทกับการเข้ารับบริการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาสตรี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.
|
