ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินความเป็นไปได้ของการเสริมปลาผงแคลเซียมสูงในอาหารท้องถิ่นหญิงตั้งครรภ์ จังหวัดอุบลราชธานี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินความเป็นไปได้ของการเสริมปลาผงแคลเซียมสูงในอาหารท้องถิ่นหญิงตั้งครรภ์ จังหวัดอุบลราชธานี
นักวิจัย : ศิริรัตน์ หล่อเกิดผล
คำค้น : FISH POWDER , PREGNANT WOMEN , CALCIUM FORTIFICATION , ACCEPTABILITY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46749
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การบริโภคแคลเซียมอย่างเพียงพอมีความสำคัญในการรักษาสมดุลแคลเซียม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในภาวะตั้งครรภ์ ซึ่งร่างกายมีความต้องการแคลเซียมเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ในการ เจริญเติบโตของทารกในครรภ์ และสะสมไว้ใช้สำหรับขณะให้นมบุตร มีรายงานพบว่าหญิง ตั้งครรภ์ทั้งในและนอกเขตเมือง จ.อุบลฯ มีการบริโภคแคลเซียมน้อยกว่า 50% ของปริมาณ ที่ร่างกายควรได้รับ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเสริมปลาผงแคลเซียมสูงลงในอาหารท้องถิ่นของหญิง ตั้งครรภ์ จ.อุบลฯ โดยใช้ปลาผงที่ผลิตจากกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีปริมาณ แคลเซียมสูง สัดส่วนของแคลเซียมต่อฟอสฟอรัส เท่ากับ 2:1 ความสามารถในการนำแคลเซียม ไปใช้ของร่างกายมีประมาณ 11.5% ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของนมผงแคลเซียมสูง และปริมาณสาร โลหะหนักและจุลชีพอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของความปลอดภัยในการบริโภค ในการศึกษานำร่อง ได้นำปลาผง (ซองละ 2.5 ก. ซึ่งมีแคลเซียม 300 มก. โดยประมาณ) ให้แก่แม่บ้าน จำนวน 62 คน อ.เขื่องใน จ.อุบลฯ ผสมในอาหารท้องถิ่นจำนวน 3 เมนู และทดสอบการยอมรับทาง ประสาทสัมผัส (Home-use test) พบว่าอาหารส่วนใหญ่ที่ผสมปลาผงได้คะแนนการยอมรับ มากกว่า 4 (จาก 5-point smiley scale) จากนั้นจึงได้นำปลาผงไปให้แก่หญิงตั้งครรภ์ จำนวน 37 คน ใน อ.วารินชำราบ และ อ.สำโรง จ.อุบลฯ โดยให้แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ นำปลาผงผสมในอาหารประจำวันครั้งละ 1 ซอง วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 16 สัปดาห์ ในช่วง ไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ จนกระทั่งหลังคลอด 4 สัปดาห์ พบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ สามารถรับประทานปลาผงครบ 16 สัปดาห์ มีจำนวน 27 คน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย ตามการ ยอมรับอาหารที่ผสมปลาผงได้ดังนี้ กลุ่ม 1 สามารถรับประทานอาหารที่ผสมปลาผงได้ (11 คน) กลุ่ม 2 รับประทานปลาผงโดยไม่ผสมในอาหาร (4 คน) และกลุ่ม 3 พยายามรับประทานอาหาร ที่ผสมปลาผง (12 คน) ปริมาณการบริโภคปลาผงเฉลี่ยทั้ง 3 กลุ่ม ประมาณ 2.5-4 ก.ต่อวัน (แคลเซียมประมาณ 300 ถึง 470 มก.) กลุ่ม 1 ให้คะแนนการยอมรับทางประสาทสัมผัสในอาหาร ส่วนใหญ่ที่ผสมปลาผงมากกว่า 3 ส่วน กลุ่ม 3 ให้คะแนนน้อยกว่า 2.8 (5-point smiley scale) ในระหว่างการเสริมปลาผงลงในอาหารประจำวันของหญิงตั้งครรภ์ มีการติดตาม ประเมินปริมาณอาหารที่บริโภค และตัวบ่งชี้อัตราการสลายของกระดูกโดยเปรียบเทียบกับ หญิงตั้งครรภ์อีก 30 คน ซึ่งไม่ได้รับอาหารเสริมชนิดใดๆ พบว่า 50% ของหญิงตั้งครรภ์ ทั้งกลุ่มที่ได้ และไม่ได้รับปลาผงเสริมอาหาร บริโภคพลังงานรวม คาร์โบไฮเดรต โปรตีน จากสัตว์ แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็กไม่เพียงพอ (น้อยกว่า 2 ใน 3 ของปริมาณที่ ร่างกายควรได้รับ) สำหรับตัวชี้บ่งอัตราการสลายของกระดูกทั้ง 2 กลุ่ม ไม่พบความ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ p<0.05 ถึงแม้อาหารที่ผสมปลาผงได้รับการยอมรับที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามปริมาณแคลเซียม จากปลาผงที่บริโภคเทียบเท่ากับนม 1-1.5 แก้ว ซึ่งมีราคาถูกเป็นอีกทางเลือกในการส่งเสริม การบริโภคแคลเซียม

บรรณานุกรม :
ศิริรัตน์ หล่อเกิดผล . (2545). การประเมินความเป็นไปได้ของการเสริมปลาผงแคลเซียมสูงในอาหารท้องถิ่นหญิงตั้งครรภ์ จังหวัดอุบลราชธานี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศิริรัตน์ หล่อเกิดผล . 2545. "การประเมินความเป็นไปได้ของการเสริมปลาผงแคลเซียมสูงในอาหารท้องถิ่นหญิงตั้งครรภ์ จังหวัดอุบลราชธานี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศิริรัตน์ หล่อเกิดผล . "การประเมินความเป็นไปได้ของการเสริมปลาผงแคลเซียมสูงในอาหารท้องถิ่นหญิงตั้งครรภ์ จังหวัดอุบลราชธานี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
ศิริรัตน์ หล่อเกิดผล . การประเมินความเป็นไปได้ของการเสริมปลาผงแคลเซียมสูงในอาหารท้องถิ่นหญิงตั้งครรภ์ จังหวัดอุบลราชธานี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.