| ชื่อเรื่อง | : | ความแตกต่างในความยืนยาวชีวิตของผู้สูงอายุไทย, พ.ศ.2507-2543 |
| นักวิจัย | : | ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ |
| คำค้น | : | SURVIVAL DIFFERENTIALS , ELDERLY , OLD AGE , AGEING |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46738 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุโลกได้รับความสนใจมานานหลายปี ประเทศพัฒนา ทั้งหลายรวมถึงประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศกำลังประสบปัญหาประชากรสูงอายุ ซึ่งเกิด จากการลดลงของภาวะเจริญพันธุ์และการตาย การที่มีชีวิตยืนยาวขึ้นได้ทำให้ทั้งจำนวน และสัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะที่ประชากรวัยเยาว์ลดลง ราวสี่ ทศวรรษที่ผ่านมาประเทศไทยได้ผ่านประสบการณ์ประชากรสูงอายุเนื่องจากมีการลดลงของ ภาวะเจริญพันธุ์และการตาย แม้มีการยืนยันว่าทั้งจำนวนและสัดส่วนของประชากรสูงอายุไทย กำลังเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ความยืนยาวชีวิตของผู้สูงอายุเหล่านี้ก็ยังไม่กระจ่างชัด การศึกษาครั้งนี้จึงมีขึ้นเพื่อศึกษาถึงแนวโน้ม แบบแผน และความแตกต่างการรอดชีพ ของผู้สูงอายุไทย ข้อมูลที่ศึกษาได้จากชุดข้อมูลการสำรวจการเปลี่ยนแปลงของประชากร ตั้งแต่ พ.ศ.2507 ทะเบียนชีพ และการฉายภาพประชากรโดยใช้เทคนิคตารางชีพ และการ ประมาณการรอดชีพในการวิเคราะห์ จากการศึกษาพบว่าความยืนยาวของผู้สูงอายุไทยเมื่อวัดด้วยอายุขัยนั้นเพิ่มขึ้น ทั้งชายและหญิง ผู้สูงอายุหญิงมีความยืนยาวชีวิตมากกว่าชาย อย่างไรก็ตามจำนวนปี ที่มีชีวิตอยู่ที่เพิ่มขึ้นของชายนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่าหญิง อายุขัยที่เหลืออยู่ของ ผู้สูงอายุนั้นเพิ่งจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากปี พ.ศ.2528 เท่านั้น ถ้าแนวโน้ม ยังคงเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้อายุขัยเฉลี่ยของชายเท่ากับหญิงได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ถึงแม้ว่าจำนวนปีที่มีชีวิตอยู่ของทั้งชายและหญิงเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้ลักษณะ เส้นโค้งการรอดชีพของผู้สูงอายุไทยเพิ่มเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า การค้นพบนี้นำมา ซึ่งการยอมรับส่วนแรกขณะเดียวกันก็ปฏิเสธส่วนหลังของสมมุติฐานข้อแรก จากการวิเคราะห์ความแตกต่างในความยืนยาวชีวิตของผู้สูงอายุไทยที่อาศัยใน แต่ละภาคพบว่ามีลักษณะไม่แตกต่างจากระดับประเทศ คือพบว่ามีความแตกต่างระหว่าง ชายและหญิงในทุกๆ ภาค จากข้อมูลปีล่าสุดที่นำมาศึกษา (พ.ศ.2538-2539) ให้ผลว่า ผู้สูงอายุที่อาศัยในกรุงเทพมหานครมีอายุขัยเฉลี่ยสูงที่สุดในขณะที่ผู้สูงอายุที่ อาศัยในภาคใต้มีอายุขัยต่ำที่สุด ความแตกต่างจากระดับประเทศเพียงประการเดียวที่พบ คือ แนวโน้มของอายุขัยเฉลี่ยที่เหลืออยู่เมื่ออายุ 60 และ 80 ปี แทนที่อายุขัยจะ เพิ่มขึ้นกลับลดลง สำหรับผู้สูงอายุที่อาศัยในพื้นที่เมือง-ชนบทตามนิยามที่ใช้ในการศึกษานี้ ผู้สูงอายุหญิงทั้งในพื้นที่จังหวัดที่เป็นเมืองอย่างสูง จังหวัดที่เป็นเมืองและ จังหวัดที่เป็นชนบท มีอายุขัยเฉลี่ยสูงกว่าชายทั้งสิ้น ผู้สูงอายุชายและหญิงที่ อาศัยอยู่ในจังหวัดที่เป็นเมืองมีความยืนยาวชีวิตมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับ ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในจังหวัดที่เป็นเมืองอย่างสูงและจังหวัดที่เป็นชนบท จากผล ที่พบทำให้ยอมรับสมมุติฐานข้อที่สองและปฏิเสธสมมุติฐานข้อสุดท้าย การศึกษานี้ได้เสนอให้มีการศึกษาความแตกต่างในความยืนยาวของผู้สูงอายุไทย โดยทำการศึกษาถึงความแตกต่างระหว่างชนชั้นทางสังคม ชนกลุ่มน้อย หรือประชากร กลุ่มพิเศษบางกลุ่มต่อการศึกษาความแตกต่างเมื่อจำแนกตามสาเหตุของการตายเป็นอีก ประเด็นที่น่าสนใจ นอกจากนั้นได้เสนอให้มีการศึกษาโดยการใช้ข้อมูลระยะยาวของ ผู้สูงอายุที่มีอยู่หลายแหล่งในประเทศไทย สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากการศึกษาครั้งนี้คือ การจัดให้มีมาตรการหรือ โครงการต่างๆ ที่สามารถเพิ่มอัตราการรอดชีพของผู้สูงอายุไทยได้ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้วางนโยบายการพัฒนาต่างๆ ควรตระหนักถึงผลของการพัฒนาที่จะไปมีผลกระทบต่อ ความแตกต่างของการรอดชีพของผู้สูงอายุไทยที่อาศัยในพื้นที่เมือง-ชนบทด้วยเช่นกัน |
| บรรณานุกรม | : |
ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ . (2545). ความแตกต่างในความยืนยาวชีวิตของผู้สูงอายุไทย, พ.ศ.2507-2543.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ . 2545. "ความแตกต่างในความยืนยาวชีวิตของผู้สูงอายุไทย, พ.ศ.2507-2543".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ . "ความแตกต่างในความยืนยาวชีวิตของผู้สูงอายุไทย, พ.ศ.2507-2543."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ . ความแตกต่างในความยืนยาวชีวิตของผู้สูงอายุไทย, พ.ศ.2507-2543. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
