ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง ต่อการรับรู้ สมรรถนะในการดูแลตนเอง ความผาสุก และภาวะการควบคุมโรค ในผู้ป่วยความดัน โลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง ต่อการรับรู้ สมรรถนะในการดูแลตนเอง ความผาสุก และภาวะการควบคุมโรค ในผู้ป่วยความดัน โลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ
นักวิจัย : สำราญ คชรินทร์
คำค้น : SELF-CARE PARTICIPATION PROMOTION PROGRAM , SELF-CARE EFFICACY , WELL-BEING , DISEASE CONTROL , ESSENTIAL HYPERTENSIVE PATIENTS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46020
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยก่อนการทดลอง แบบศึกษากลุ่มเดียว วัดก่อนและหลังการ ทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแล ตนเองต่อการรับรู้สมรรถนะในการดูแลตนเอง ความผาสุก และภาวะการควบคุมโรค ในผู้ป่วย ความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ ที่ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ กลุ่มตัวอย่างเลือก แบบเฉพาะเจาะจงจำนวน 30 คนซึ่งมารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี รูปแบบโครงการแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การให้ความรู้โดยการประชุม เชิงปฏิบัติการ 1 ครั้ง โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม จำนวนผู้ป่วยกลุ่มละ 15 คน ประกอบด้วย การอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การกำหนดความต้องการและเป้าหมายของการดูแลตนเอง การสอนและการฝึกปฏิบัติ โดยใช้วีดีทัศน์และแผ่นพับประกอบ และระยะที่ 2 การสนับสนุนให้ กำลังใจ ประกอบด้วยการเข้ากลุ่มย่อย 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ รวม 12 สัปดาห์ จำนวนผู้ป่วยครั้งละ 4-10 คน โดยผสมผสานวิธีการช่วยเหลือแบบกระบวนการกลุ่มและรายบุคคล ตลอดจนมีการส่งจดหมายกระตุ้นเตือนและให้กำลังใจ ผู้ป่วยได้รับการประเมินการรับรู้สมรรถนะ ในการดูแลตนเอง ความผาสุก และภาวะการควบคุมโรค ก่อนและหลังเข้าโครงการ และได้รับ การบันทึกความดันโลหิต และน้ำหนักตัวก่อนเข้าโครงการและในแต่ละเดือน เป็นเวลาติดต่อกัน 3 เดือน เมื่อสิ้นสุดโครงการเหลือกลุ่มตัวอย่าง 29 คน ผลการศึกษาพบว่า หลังเข้าโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง 1) ผู้ป่วย มีคะแนนเฉลี่ยของการรับรู้สมรรถนะในการดูแลตนเองโดยรวมสูงกว่าก่อนเข้าโครงการอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติ (p<.001) สำหรับรายด้าน ได้แก่ การควบคุมอาหารและน้ำหนักตัว การออกกำลังกาย การจัดการเรื่องยาและอาการข้างเคียง การจัดการกับความเครียด การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง สูงกว่าก่อนเข้าโครงการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p ทั้งหมด <.05) ยกเว้นด้านการกำกับ ประเมินผลตนเอง สูงกว่าก่อนเข้าโครงการอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p>.05) 2) ผู้ป่วยมี คะแนนเฉลี่ยของความรู้สึกผาสุก สูงกว่าก่อนเข้าโครงการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.01) 3) ค่าเฉลี่ยของระดับความดันโลหิตซิสโตลิกและไดแอสโตลิกลดลงกว่าก่อนเข้าโครงการอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.01) และ 4) ผู้ป่วยมีค่าเฉลี่ยของน้ำหนักตัวลดลงกว่าก่อนเข้า โครงการอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p>.05) ผลการวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าโครงการส่งเสริม การมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง สามารถพัฒนาการรับรู้สมรรถนะในการดูแลตนเอง ส่งผลให้ ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้และเกิดความรู้สึกผาสุกเพิ่มมากขึ้น ผลการวิจัยนี้ เสนอแนะให้ประยุกต์ใช้โครงการนี้ในโรงพยาบาลและสถานบริการสุขภาพอื่นๆ รวมทั้งในผู้ป่วย โรคเรื้อรังอื่นๆ ต่อไป

บรรณานุกรม :
สำราญ คชรินทร์ . (2544). ประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง ต่อการรับรู้ สมรรถนะในการดูแลตนเอง ความผาสุก และภาวะการควบคุมโรค ในผู้ป่วยความดัน โลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สำราญ คชรินทร์ . 2544. "ประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง ต่อการรับรู้ สมรรถนะในการดูแลตนเอง ความผาสุก และภาวะการควบคุมโรค ในผู้ป่วยความดัน โลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สำราญ คชรินทร์ . "ประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง ต่อการรับรู้ สมรรถนะในการดูแลตนเอง ความผาสุก และภาวะการควบคุมโรค ในผู้ป่วยความดัน โลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
สำราญ คชรินทร์ . ประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง ต่อการรับรู้ สมรรถนะในการดูแลตนเอง ความผาสุก และภาวะการควบคุมโรค ในผู้ป่วยความดัน โลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.