ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสูญเสียการได้ยินของเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 จังหวัดนครนายก

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสูญเสียการได้ยินของเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 จังหวัดนครนายก
นักวิจัย : พรเพ็ญ ฉัตรไชยสิทธิกูล
คำค้น : HEARING LOSS , ELEMENTARY STUDENTS , PERSONAL FACTORS , RISK BEHAVIORS , ENVIRONMENT NOISE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45798
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การเฝ้าระวังการได้ยินเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยในการวินิจฉัยระดับการได้ยิน บกพร่องเบื้องต้น การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบภาคตัดขวางเชิงวิเคราะห์ เพื่อ ศึกษาการสูญเสียการได้ยินของเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 4-6 ที่ศึกษาอยู่ใน ปีการศึกษา 2543 จำนวน 432 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถาม และการตรวจวัด ขีดจำกัดการได้ยินที่ความถี่ 500 1,000 2,000 4,000 และ 8,000 Hz ผลการวิจัย พบว่า เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 มีอัตราชุกของการสูญเสีย การได้ยิน ร้อยละ 6.0 เป็นการสูญเสียการได้ยินที่ระดับความถี่ 500-2,000 Hz ร้อยละ 2.1 สูญเสียการได้ยินที่ระดับความถี่ 4,000 Hz ร้อยละ 4.4 และสูญเสียการได้ยินที่ระดับ ความถี่ 8,000 Hz ร้อยละ 4.2 ไม่พบปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับการสูญเสียการได้ยิน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่พบปัจจัยเสี่ยงที่มีโอกาสทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยิน มากขึ้น ได้แก่ ประวัติการคลอดผิดปกติ (Crude OR=1.8, 95% CI 0.6-4.9) มารดามีประวัติ การตั้งครรภ์ไม่ครบกำหนด (Crude OR=1.2, 95% CI=0.2-5.2) ประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคหัด (Crude OR=1.4, 95% CI=0.6-3.5) ประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคอีสุกอีใส (Crude OR=1.7, 95% CI=0.8-3.8) ประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ (Crude OR=2.1, 95% CI=0.9-4.7) ประวัติศีรษะถูกกระแทก (Crude OR=1.5, 95% CI=0.6-3.6) และพฤติกรรมการแคะหู/ปั่นหู ด้วยไม้หรือกิ๊ปดำ (Crude OR=2.4, 95% CI=0.8-7.2) จากผลการวิจัยพบว่า เด็กนักเรียนมีอัตราชุกของการสูญเสียการได้ยินสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสูญเสียในช่วงความถี่สูง ดังนั้นควรมีโปรแกรมการเฝ้าระวังการ สูญเสียการได้ยินให้กับเด็กนักเรียน โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่มีประวัติการคลอดผิดปกติ เคยมีประวัติการป่วยเป็นโรคหัด อีสุกอีใส ภูมิแพ้ และเคยมีประวัติศีรษะถูกกระแทก ควรทำการตรวจให้ครอบคลุมทั้งความถี่ของการพูดคุยและความถี่สูง รวมทั้งการให้ความรู้ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพหูของตนเอง เพื่อลดอัตราการสูญเสียการได้ยินของเด็กนักเรียน

บรรณานุกรม :
พรเพ็ญ ฉัตรไชยสิทธิกูล . (2544). การสูญเสียการได้ยินของเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 จังหวัดนครนายก.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พรเพ็ญ ฉัตรไชยสิทธิกูล . 2544. "การสูญเสียการได้ยินของเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 จังหวัดนครนายก".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พรเพ็ญ ฉัตรไชยสิทธิกูล . "การสูญเสียการได้ยินของเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 จังหวัดนครนายก."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
พรเพ็ญ ฉัตรไชยสิทธิกูล . การสูญเสียการได้ยินของเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 จังหวัดนครนายก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.