ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมต่อการรับรู้บทบาทการเป็นบิดาของเยาวชนชายในสถานพินิจและคุ้มครอง เด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมต่อการรับรู้บทบาทการเป็นบิดาของเยาวชนชายในสถานพินิจและคุ้มครอง เด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นักวิจัย : สุวาธิน มิตรพัฒน์
คำค้น : บทบาทบิดา , เยาวชนชายที่กระทำผิด , การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม , FATHERS ROLE , MALE JUVENILE DELINQUENTS , PARTICIPATORY LEARNING PROCESS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45009
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาถึงผลการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ต่อการรับรู้บทบาทการเป็นบิดาของเยาวชนชายในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดสุราษฎร์ธานี อายุ 15-18 ปี จำนวน 30 คน (กลุ่มทดลอง) และมีเยาวชนชายในสถาน พินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสงขลา อายุ 15-18 ปี จำนวน 34 คน เป็นกลุ่มควบคุม โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมให้แก่เยาวชนชายกลุ่มทดลอง จำนวน 3 ครั้ง ในเรื่อง ความสำคัญของครอบครัว ความสำคัญของบิดา และบทบาทหน้าที่การเป็นบิดา เก็บข้อมูล ระหว่างวันที่ 2 มีนาคม - 9 เมษายน 2542 โดยให้กลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่ม ตอบแบบสอบถาม ก่อนการทดลองและตอบแบบวัดการรับรู้บทบาทการเป็นบิดา (ค่าความเชื่อมั่น 0.89) จำนวน 3 ครั้ง คือ ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง 1 สัปดาห์ และหลังการทดลอง 4 สัปดาห์ การ วิเคราะห์ข้อมูลใช้การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Chi-square test, Independent samples t-test, ANOVA with repeated measurement และวิเคราะห์ ความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีของตูกี้ (Tukeys method) ผลการวิจัยพบว่าก่อนการทดลอง กลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่ม มีลักษณะทั่วไป ลักษณะตัวแปร ภายนอก และการรับรู้บทบาทการเป็นบิดาไม่แตกต่างกัน หลังการทดลอง 1 และ 4 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้บทบาทการเป็นบิดาสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ (p-value < 0.01) เมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยการรับรู้บทบาทการเป็นบิดาระหว่าง 2 กลุ่ม หลังการทดลอง 1 และ 4 สัปดาห์ พบว่า คะแนนเฉลี่ยของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่ม ควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.016 และ p-value < 0.001 ตามลำดับ) จากผลการวิจัย สรุปได้ว่าการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมทำให้เยาวชนชายที่กระทำผิดมีการ รับรู้บทบาทการเป็นบิดาสูงขึ้น ดังนั้นโรงเรียนสถานบริการสาธารณสุข ตลอดจนสถานฝึก อบรมเด็กและเยาวชน จึงควรส่งเสริมให้มีโครงการหรือกิจกรรมฝึกอบรมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ครอบครัวและบทบาทหน้าที่การเป็นบิดาให้แก่เยาวชนชายวัยรุ่น เพื่อให้เขาได้ตระหนักถึง ความสำคัญและบทบาทหน้าที่ของบิดาที่เขาจะต้องรับผิดชอบครอบครัวของเขาต่อไปใน อนาคต

บรรณานุกรม :
สุวาธิน มิตรพัฒน์ . (2543). ผลการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมต่อการรับรู้บทบาทการเป็นบิดาของเยาวชนชายในสถานพินิจและคุ้มครอง เด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุวาธิน มิตรพัฒน์ . 2543. "ผลการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมต่อการรับรู้บทบาทการเป็นบิดาของเยาวชนชายในสถานพินิจและคุ้มครอง เด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุวาธิน มิตรพัฒน์ . "ผลการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมต่อการรับรู้บทบาทการเป็นบิดาของเยาวชนชายในสถานพินิจและคุ้มครอง เด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
สุวาธิน มิตรพัฒน์ . ผลการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมต่อการรับรู้บทบาทการเป็นบิดาของเยาวชนชายในสถานพินิจและคุ้มครอง เด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.