ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันภาวะแทรกซ้อน ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันภาวะแทรกซ้อน ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า
นักวิจัย : กฤษณา กาญจนพิบูลย์
คำค้น : ESSENTIAL HYPERTENSION , PATIENTS PROTECTION MOTIVATION THEORY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=44504
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ เป็นโรคเรื้อรังซึ่งต้องการความร่วมมือ ในการรักษาของผู้ป่วยในการควบคุมระดับความดันโลหิตและป้องกันภาวะแทรกซ้อน จุดประสงค์ ของการรักษาโรคความดันโลหิตสูง คือ ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดการพิการ และลดการตายจากโรค ดังนั้น ผู้ป่วยจะต้องมีการรับรู้ที่ถูกต้องต่อความรุนแรงและโอกาส เสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูง มีความมั่นใจต่อการปฏิบัติตามคำแนะนำ และแผนการรักษาของแพทย์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง โดยประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกัน โรคในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิด ไม่ทราบสาเหตุ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า โดยประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคและ แรงสนับสนุนทางสังคม เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรม กลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มทดลอง 64 คน กลุ่มเปรียบเทียบ 66 คน การจัดกิจกรรมครั้งที่ 1 เป็นการจัดกิจกรรมสุขศึกษารายบุคคล และ ครั้งที่ 2 และ 3 เป็นการจัดกิจกรรมสุขศึกษารายกลุ่ม ประกอบภาพพลิก แจกคู่มือ และ เทปเรื่องโรคความดันโลหิตสูง การสาธิตและฝึกทักษะเกี่ยวกับการออกกำลังกาย การจัดการ ความเครียด แจกแบบบันทึกซักถามปัญหา อุปสรรคในการปฏิบัติเกี่ยวกับ การบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด โดยใช้ระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 12 สัปดาห์ ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูล 2 ครั้ง คือ ก่อนและหลังการทดลอง โดยใช้แบบสัมภาษณ์ นำมาวิเคราะห์ด้วยสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ Paired t-test, t-test และ z-test ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังการดำเนินกิจกรรม ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่ม ทดลองมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันภาวะแทรกซ้อนโรคความดันโลหิตสูงที่ถูกต้อง เพิ่มขึ้น ในเรื่องการรับรู้ความรุนแรง การรับรู้โอกาสเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนโรค ความดันโลหิตสูง ความคาดหวังในความสามารถของตนเอง ความคาดหวังในประสิทธิผลของการตอบ สนองในพฤติกรรมการป้องกันภาวะแทรกซ้อนโรคความดันโลหิตสูง และการมีพฤติกรรมในการป้องกัน ภาวะแทรกซ้อนโรคความดันโลหิตสูง สัดส่วนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มีระดับความดัน โลหิตลดลง เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) แต่สัดส่วนของผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูงที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานมีน้ำหนักลดลง เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีนัยสำคัญ ทางสถิติ ดังนั้นการประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคและแรงสนับสนุนทางสังคม ทำให้ เกิดพฤติกรรมป้องกันภาวะแทรกซ้อนโรคความดันโลหิตสูง สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลอื่น ๆ และผู้ป่วยโรคไม่ติดต่ออื่น ๆ ต่อไป

บรรณานุกรม :
กฤษณา กาญจนพิบูลย์ . (2543). การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันภาวะแทรกซ้อน ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กฤษณา กาญจนพิบูลย์ . 2543. "การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันภาวะแทรกซ้อน ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กฤษณา กาญจนพิบูลย์ . "การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันภาวะแทรกซ้อน ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
กฤษณา กาญจนพิบูลย์ . การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันภาวะแทรกซ้อน ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.