| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการเสริมอาหารวิตามินเอในหญิงให้นมบุตรต่อการสะสมวิตามินเอในร่างกายกาย |
| นักวิจัย | : | วรชาติ ธนนิเวศน์กุล |
| คำค้น | : | VITAMIN A INTERVENTIONS , LACTATING WOMEN , (+,B)-CAROTENE , TOTAL BODY STORES , STABLE ISOTOPE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=44178 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การเสริมอาหารที่มีแคโรทีนนอยด์สูงเพื่อเปลี่ยนรูปเป็นวิตามินเอในร่างกายยังคงเป็น ข้อถกเถียงกันอยู่การศึกษานี้เป็นการประเมินประสิทธิผลของอาหารที่เป็นตัวตั้งต้นของวิตามิน เอซึ่งถูกจัดให้กับหญิงให้นมบุตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในช่วงเวลา 5 วัน/ สัปดาห์นาน 12 สัปดาห์ เพื่อศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงของการสะสมวิตามินเอในร่างกายโดยการ ใช้วิธีตรวจวัดจากสารละลายอณูธรรมชาติของวิตามินเอและการตรวจวัดภาวะวิตามินเอโดยวิธี ต่าง ๆ หญิงให้นมบุตร 718 คน (1-12 เดือนหลังคลอด) ถูกคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมโครงการจาก การสำรวจการบริโภคอาหารวิตามินเอปริมาณต่ำและการตรวจวัดค่าวิตามินเอในเลือดที่มีค่าน้อย กว่า 0.87 ไมโครโมลต่อลิตร (25 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร) พบว่ามีเพียง 85 คน ที่อยู่ในเกณฑ์ การคัดเลือกและถูกนำมาจัดกลุ่มโดยอาศัยเกณฑ์การสุ่มจากอายุเด็กหลังคลอด,สภาพภูมิประเทศ ของผู้เข้าร่วมโครงการเป็น 3 กลุ่ม โดยแบ่งตามอาหารที่ได้รับวันละหนึ่งมื้อคือ (A)กลุ่ม ที่ได้รับอาหารที่มีเบต้า-แคโรทีนในรูปของผักใบเขียวและผลไม้สีเหลืองส้ม,(B)กลุ่มที่ได้ รับอาหารที่มีเบต้า-แคโรทีนสังเคราะห์และ (C กลุ่มควบคุมที่ได้รับอาหารจากผักและผลไม้ที่ มีเบต้า-แคโรทีนต่ำ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยของเบต้า-แคโรทีนคือ 4.7,3.6 และน้อยกว่า 0.05 มิลลิ กรัมต่อมื้อตามลำดับ อาสาสมัครรับประทานที่แจกให้มากกว่า 95% ในช่วงของการเสริมอาหารจะ ทำการตรวจวัดปริมาณสำรองของวิตามินเอในร่างกายโดยวิธีการใช้สารละลายอณูธรรมชาติ มีการตรวจ วัดภาวะของแม่ที่ให้นมบุตรต่าง ๆ คือ ตรวจร่างกายทั่วไป ภาวะการเป็นโรค และตัวชี้วัดภาวะ วิตามินเอต่าง ๆ [MRDR (ช่วงหลังการเสริมอาหารเท่านั้น) ปริมาณวิตามินเอและเบต้า-แคโรทีน ในเลือดและในน้ำนมแม่ ตรวจวัดเยื่อบุตาขาว การปรับการมองเห็นในที่มืด สำรวจการได้รับอาหาร จากแบบสำรวจอาหารย้อนหลัง 24 ชั่วโมงและชั่งน้ำหนักอาหารโดยสุ่ม 1 วันต่อสัปดาห์มีอาสา สมัครที่ตรวจวัดครบกระบวนการศึกษาทั้งสิ้น 71 คน (n=24,25 และ 22 คน) ข้อมูลของอาหารที่ รับประทานเป็นประจำพบว่า กลุ่ม A ได้รับอาหารที่มีวิตามินเอประมาณครึ่งหนึ่งของกลุ่มอื่น เบต้า-แคโรทีนในเลือดและน้ำนมแม่มีการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในกลุ่ม B รองมาคือกลุ่ม A แต่ วิมามินเอในน้ำนมแม่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่ม A อย่างเกือบมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.097)ปริมาณ วิตามินเอในเลือดเพิ่มสูงขึ้นทุกลุ่ม (จาก-21 ถึง -46 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร) และเป็น ภาพสะท้อนถึงช่วงการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลด้วย การสะสมวิตามินเอในร่างกายถูกเปรียบเทียบใน ช่วงต้นระหว่าง 3 กลุ่ม (77, 81, 95 มิลลิกรัม) ค่าเฉลี่ย (ค่ามัธยฐาน) ของการสะสมวิตามิน เอในร่างกายลดลงดังนี้ 15(5), 3(3) และ 19(14) มิลลิกรัมในกลุ่ม A,B และ C (p=0.4) และ พบความสัมพันธ์ในทางตรงข้ามระหว่างค่าอัตราส่วนสารละลายอณูธรรมชาติ ณ วันที่ 3 หลังการ ให้กับการประมาณการของสารสะสมวิตามินเอในร่างกายทั้งในช่วงก่อนเสริมอาหาร (r=0.82,p<0.0001) และหลังการเสริมอาหาร (r=-0.79,p=0<0.0001) ซึ่งเป็นประโยชน์ในการประมาณการเบื้องต้นของ การสะสมวิตามินเอในร่างกายได้วิตามินเอในเลือดและน้ำนมแม่สามารถเพิ่มขึ้นในขณะที่มีการ ลดลงของการสะสมวิตามินเอในร่างกายของหญิงให้นมบุตร ซึ่งการสูญเสียการสะสมวิตามินเอใน ร่างกายสามารถที่จะป้องกันได้โดยการเสริมอาหารที่มีเบต้า-แคโรทีนในแต่ละวันจะทำให้การ สะสมวิตามินเอในร่างกายเพิ่มขึ้นได้แม้ว่าจะเป็นการได้รับการเสริมอาหารในระยะสั้น การ เสริมอาหารในระยะยาวและจำนวนอาสาสมัครที่มากกว่าการศึกษานี้เป็นสิ่งจำเป็นต่อการศึกษาผล ของการสะสมวิตามินเอในร่างกาย |
| บรรณานุกรม | : |
วรชาติ ธนนิเวศน์กุล . (2542). ผลของการเสริมอาหารวิตามินเอในหญิงให้นมบุตรต่อการสะสมวิตามินเอในร่างกายกาย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วรชาติ ธนนิเวศน์กุล . 2542. "ผลของการเสริมอาหารวิตามินเอในหญิงให้นมบุตรต่อการสะสมวิตามินเอในร่างกายกาย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วรชาติ ธนนิเวศน์กุล . "ผลของการเสริมอาหารวิตามินเอในหญิงให้นมบุตรต่อการสะสมวิตามินเอในร่างกายกาย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. วรชาติ ธนนิเวศน์กุล . ผลของการเสริมอาหารวิตามินเอในหญิงให้นมบุตรต่อการสะสมวิตามินเอในร่างกายกาย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
