| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาความแตกต่างของการกระจายของปริมาณรังสีในบริเวณไขสันหลัง จากการฉาย ด้วยเครื่องฉายรังสีระยะไกลโคบอลต์-60 เปรียบเทียบเทคนิคการฉายแบบปิดกั้นลำรังสี บางส่วนที่แตกต่างกัน ในโรคมะเร็งช่องคอหลังโพรงจมูก |
| นักวิจัย | : | ชนิดา เพชรทัต |
| คำค้น | : | NASOPHARYNGEAL CARCINOMA , COBALT-60 TELETHERAPY , PENUMBRA , TLD , SPINAL CORD |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42819 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | มะเร็งช่องคอหลังโพรงจมูก นับเป็นหนึ่งในสิบเอ็ดของมะเร็งที่พบมาก ในประชาชน ชาวไทย อัตราหายและระยะปลอดจากโรคนานจะมากถ้าพบในระยะเริ่มแรก การรักษา มะเร็งช่องคอหลังโพรงจมูกที่ได้ประสิทธิภาพก็คือ การให้บริเวณรอยโรคและต่อมน้ำเหลือง ในแนวแกนของลำรังสีมีค่ามาก ส่วนปริมาณรังสีที่ไขสันหลังซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ ที่อยู่ ติดกับบริเวณต่อมน้ำเหลือมีค่าน้อย เทคนิคการให้รังสีที่ใช้ คือ การให้ลำรังสี 2 ลำ สวนทางกัน ศึกษาปริมาณรังสีจากเครื่องฉายรังสีระยะไกลโคบอลต์-60 ในแนวแกนของลำรังสี และที่บริเวณไขสันหลังซึ่งอยู่บริเวณขอบของพื้นที่รังสีที่เข้าด้านข้าง เทคนิคฉายรังสี ที่ใช้ในการศึกษา คือให้ลำรังสีสองลำสวนทางกัน มีวัตถุกั้นเงารังสี (penumbra) และ เทคนิคที่ไม่มีวัตถุกั้นเงารังสี การวัดรังสีจะวัดในหัวหุ่นจำลองที่ทำด้วยพาราฟิน โดย เครื่องวัดรังสีชนิดเทอร์โมลูมิเนสเซนต์ (TLD-100 ชนิดแท่ง) ที่ฝังไว้ในหัวหุ่นที่จุดต่างๆ ที่สนใจ เพิ่มความลึกของแนวกลางของบริเวณรังสี โดยวางแผ่นซุปเปอร์แฟลบจาก 6.5 ซม., 7.0 ซม. และ 7.5 ซม. ตามลำดับ ผลการศึกษา พบว่า ปริมาณรังสีในแนวแกน กลาง ของพื้นที่ฉายรังสีมีค่าสูงในทุกจุดที่สนใจ และทุกความลึกของแนวกลางในเทคนิคที่ กั้นเงารังสี โดยมีค่าความแตกต่างของปริมาณรังสีมากที่สุด 19.01% ที่ความลึกของแนวกลาง บริเวณรังสี 6.5 ซม. ปริมาณรังสีที่สูงขึ้น เนื่องมาจากรังสีกระเจิงที่เกิดจากก้อนตะกั่ว ที่กั้นเงารังสี ค่าปริมาณรังสีตามแนวไขสันหลังของเทคนิคที่กั้นเงารังสีมีค่าน้อยกว่า เทคนิคที่ไม่ได้กั้นเงารังสีในทุกจุดที่สนใจ และทุกความลึก ในแนวกลางบริเวณรังสี อย่างมีนัยสำคัญ (t-test p-value < 0.05) โดยมีค่าความแตกต่างของปริมาณรังสี มากที่สุด 57.63% (t-test p-value < 0.0001) ที่แผ่นกลางของพื้นที่ฉายรังสี ใน ความลึกของแนวแกนกลางบริเวณรังสี 7.5 ซม. ปริมาณรังสีที่ลดลงเนื่องจากตำแหน่ง ที่วางก้อนตะกั่วที่ขอบลำรังสีทำให้เงารังสีแคบ ความแตกต่างของปริมาณรังสีของทั้งสอง เทคนิคในแนวไขสันหลังในแผ่นหุ่นจำลองแผ่นกลางพื้นที่ฉายรังสี และในแผ่นที่อยู่ไกล ออกมาจากลำรังสี จะมีค่าลดลงอย่างมากเนื่องมาจากความเข้มของรังสี จะมีค่าลดลง เมื่ออยู่ไกลออกไปจากจุดกึ่งกลางลำรังสี จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า เทคนิคที่ เหมาะสมที่จะใช้ในการรักษามะเร็งช่องคอหลัง โพรงจมูก คือ เทคนิคที่มีการกั้นเงารังสี |
| บรรณานุกรม | : |
ชนิดา เพชรทัต . (2541). การศึกษาความแตกต่างของการกระจายของปริมาณรังสีในบริเวณไขสันหลัง จากการฉาย ด้วยเครื่องฉายรังสีระยะไกลโคบอลต์-60 เปรียบเทียบเทคนิคการฉายแบบปิดกั้นลำรังสี บางส่วนที่แตกต่างกัน ในโรคมะเร็งช่องคอหลังโพรงจมูก.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชนิดา เพชรทัต . 2541. "การศึกษาความแตกต่างของการกระจายของปริมาณรังสีในบริเวณไขสันหลัง จากการฉาย ด้วยเครื่องฉายรังสีระยะไกลโคบอลต์-60 เปรียบเทียบเทคนิคการฉายแบบปิดกั้นลำรังสี บางส่วนที่แตกต่างกัน ในโรคมะเร็งช่องคอหลังโพรงจมูก".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชนิดา เพชรทัต . "การศึกษาความแตกต่างของการกระจายของปริมาณรังสีในบริเวณไขสันหลัง จากการฉาย ด้วยเครื่องฉายรังสีระยะไกลโคบอลต์-60 เปรียบเทียบเทคนิคการฉายแบบปิดกั้นลำรังสี บางส่วนที่แตกต่างกัน ในโรคมะเร็งช่องคอหลังโพรงจมูก."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. ชนิดา เพชรทัต . การศึกษาความแตกต่างของการกระจายของปริมาณรังสีในบริเวณไขสันหลัง จากการฉาย ด้วยเครื่องฉายรังสีระยะไกลโคบอลต์-60 เปรียบเทียบเทคนิคการฉายแบบปิดกั้นลำรังสี บางส่วนที่แตกต่างกัน ในโรคมะเร็งช่องคอหลังโพรงจมูก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
