ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสำคัญของความผิดปกติของยีน พี 16 ที่เกิดจากเมททิเลชั่นในการเป็นปัจจัยพยากรณ์โรคและปัจจัยทำนายการตอบสนองต่อการรักษาในผู้ป่วยมะเร็งโพรงหลังจมูก

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสำคัญของความผิดปกติของยีน พี 16 ที่เกิดจากเมททิเลชั่นในการเป็นปัจจัยพยากรณ์โรคและปัจจัยทำนายการตอบสนองต่อการรักษาในผู้ป่วยมะเร็งโพรงหลังจมูก
นักวิจัย : สมชัย ลิมปการณ์
คำค้น : ~iP16~i GENE , ~iP16~i METHYLATION , SURVIVAL TIME , RESPONSE RATE , NASOPHARYNGEAL CARCINOMA
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543001062
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

~uวัตถุประสงค์~u เพื่อศึกษาเปรียบเทียบระยะเวลาการมีชีวิตรอดอัตราการกลับเป็นซ้ำ และอัตราการตอบสนองต่อการรักษาในผู้ป่วยมะเร็งโพรงหลังจมูกสองกลุ่มที่มีและไม่มีความผิดปกติของยีน p16 ที่เกิดจากเมททิเลชั่น ~uวิธีการดำเนินการศึกษาวิจัย~u ผู้ป่วยโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกที่ได้รับการวินิจฉัยด้วยการตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา นำมาตรวจหาความผิดปกติของยีน p16 ชนิดเมททิเลชั่นในเซลล์มะเร็งด้วยวิธี MS-PCRโดยผู้ป่วยถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือผู้ป่วยที่ตรวจพบและไม่พบความผิดปกติของยีนพี 16 ที่เกิดจาก เมททิเลชั่น และเปรียบเทียบความแตกต่างกันของระยะเวลาการมีชีวิตรอด อัตราการกลับเป็นซ้ำ และอัตราการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มด้วยวิธีทางสถิติ รวมทั้งดูปัจจัยพยากรณ์โรคทางคลินิกอื่น ๆ จากการวิเคราะห์ตัวแปรตัวเดียวและหลายตัว ~uผลการศึกษา~u ไม่มีความแตกต่างกันของระยะเวลาการมีชีวิตรอดโดยรวมอัตราการตอบสนอง และอัตราการกลับเป็นซ้ำของผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยค่ามัธยฐานของระยะเวลาการมีชีวิตรอด โดยรวมเท่ากับ 31.35 และ 28.40 เดือนในกลุ่มที่ไม่มีและมีความผิดปกติของยีน p16 ตามลำดับ (ค่า p=0.054) อัตราการตอบสนองต่อการรักษาเท่ากับร้อยละ 100 และร้อยละ 82.8 ตามลำดับ (ค่า p=0.053) และไม่มีความแตกต่างกันของอัตราการกลับเป็นซ้ำของผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ค่า p=0.071) คือ ร้อยละ 16 และร้อยละ 23.8 ตามลำดับ แต่พบว่าค่ามัธยฐานของระยะเวลาการมีชีวิตรอดโดยปราศจากโรคมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ 29.00และ 23.20 เดือน ในกลุ่มที่ไม่มีความผิดปกติของยีน p 16 ตามลำดับ(ค่า p=0.03) จากการวิเคราะห์ตัวแปรตัวเดียวและวิเคราะห์ตัวแปรหลายตัว พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาการมีชีวิตรอด คือเป็นปัจจัยพยากรณ์โรค ได้แก่ การมีหรือไม่มี ความผิดปกติของยีน p 16 ที่เกิดจากเมททิเลชั่น และระยะเวลาของอาการและอาการแสดงที่น้อยกว่าหรือมากกว่า 2 เดือน ~uสรุป~u ความผิดปกติของยีน p 16 ที่เกิดจากเมททิเลชั่นเป็นปัจจัยพยากรณ์การมีชีวิตรอดและระยะเวลา การมีชีวิตรอดโดยปราศจากโรคได้ระยะเวลาการมีชีวิตรอดโดยปราศจากโรคของผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติโดยพบว่ามัธยฐานของระยะเวลาการมีชีวิตรอดโดยปราศจากโรคในกลุ่ม ที่ไม่มีความผิดปกติของยีน p 16 ยาวนานกว่ากลุ่มที่มีความผิดปกติของยีน p 16 ที่เกิดจากเมททิเลชั่น แต่ ความผิดปกติของยีน p 16 ที่เกิดจากเมททิเลชั่นไม่สามารถใช้เป็นปัจจัยทำนายการตอบสนองและปัจจัยพยากรณ์การกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก

บรรณานุกรม :
สมชัย ลิมปการณ์ . (2543). ความสำคัญของความผิดปกติของยีน พี 16 ที่เกิดจากเมททิเลชั่นในการเป็นปัจจัยพยากรณ์โรคและปัจจัยทำนายการตอบสนองต่อการรักษาในผู้ป่วยมะเร็งโพรงหลังจมูก.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมชัย ลิมปการณ์ . 2543. "ความสำคัญของความผิดปกติของยีน พี 16 ที่เกิดจากเมททิเลชั่นในการเป็นปัจจัยพยากรณ์โรคและปัจจัยทำนายการตอบสนองต่อการรักษาในผู้ป่วยมะเร็งโพรงหลังจมูก".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมชัย ลิมปการณ์ . "ความสำคัญของความผิดปกติของยีน พี 16 ที่เกิดจากเมททิเลชั่นในการเป็นปัจจัยพยากรณ์โรคและปัจจัยทำนายการตอบสนองต่อการรักษาในผู้ป่วยมะเร็งโพรงหลังจมูก."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
สมชัย ลิมปการณ์ . ความสำคัญของความผิดปกติของยีน พี 16 ที่เกิดจากเมททิเลชั่นในการเป็นปัจจัยพยากรณ์โรคและปัจจัยทำนายการตอบสนองต่อการรักษาในผู้ป่วยมะเร็งโพรงหลังจมูก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.