ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การปรับแต่งยางบิวตะไดอีนและยางธรรมชาติโดยวิธีการแปรรูปเชิงปฏิกิริยา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การปรับแต่งยางบิวตะไดอีนและยางธรรมชาติโดยวิธีการแปรรูปเชิงปฏิกิริยา
นักวิจัย : กนกทิพย์ บุญเกิด
คำค้น : REACTIVE PROCESSING , BUTADIENE RUBBER , NATURAL RUBBER , HYDROGENATION , EPOXIDATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42730
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การแปรรูปเชิงปฏิกิริยาของพอลิเมอร์ (Reactive processing) เป็นการทำ ปฏิกิริยาแบบไม่ใช้ตัวทำละลายในเครื่องผสม ซึ่งในบางครั้งอาจทำให้พอลิเมอร์เกิดการ ขึ้นรูปได้เมื่อผ่านออกมาจากเครื่องผสม เนื่องจากโดยทั่วไปการใช้ตัวทำละลายจะมีข้อ จำกัดในเรื่องของสภาวะที่ใช้ทำปฏิกิริยาและต้นทุนการผลิตที่สูง ในงานวิจัยนี้จึง ศึกษาปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชันและอิพอกซีเดชันของยางบิวตะไดอีนและยางธรรมชาติ โดยกระบวนการแปรรูปเชิงปฏิกิริยา สำหรับปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชันแบบไม่ใช้ตัวเร่งนั้น ใช้ p-toluenesulphonyl hydrazide (TSH) เป็นสารให้ไฮโดรเจน โดยทำผ่าน 2 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนการผสมยางกับ TSH ในเครื่องผสมแล้วจึงทำให้เกิดปฏิกิริยาด้วย ความร้อนในแม่พิมพ์แบบอัด ซึ่งพบว่าวิธีข้างต้นเป็นวิธีที่เหมาะสม จากการศึกษาผล ของอุณหภูมิ เวลา และสัดส่วนโดยโมลของสารที่ใช้เทียบกับปริมาณพันธะคู่ต่อ เปอร์เซ็นต์การเติมไฮโดรเจน พบว่าเปอร์เซ็นต์การเติมไฮโดรเจนของยางบิวตะไดอีน ที่ได้มีค่าต่ำคือ 16-36% ขึ้นกับสัดส่วนโดยโมลของสารที่ใช้ต่อปริมาณพันธะคู่ เมื่ออุณหภูมิ และเวลาในการทำปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น เปอร์เซ็นต์การเติมไฮโดรเจนจะมีค่า เพิ่มขึ้นซึ่งอยู่ระหว่าง 1-20% ขึ้นกับสัดส่วนโดยโมลของสารที่ใช้ต่อปริมาณพันธะคู่ การละลายของ TSH ในเนื้อยางที่จำกัดที่อุณหภูมิสำหรับทำปฏิกิริยาเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ได้เปอร์เซ็นต์การเติมไฮโดรเจนในยางบิวตะไดอีนต่ำ ที่ปริมาณโดยโมลของ สารที่ใช้ต่อปริมาณพันธะคู่ที่เท่ากันพบว่าปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชันของยางบิวตะไดอีน โดยกระบวนการแปรรูปเชิงปฏิกิริยาให้เปอร์เซ็นต์การเติมไฮโดรเจนสูงกว่าการทำ ปฏิกิริยาในสารละลาย การศึกษาปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชันของยางธรรมชาติ พบว่า เปอร์เซ็นต์การเติมไฮโดรเจนสูงสุดที่ได้คือ 20% และ 34% ขึ้นกับปริมาณโดยโมลของ สารที่ใช้ต่อปริมาณพันธะคู่ว่าเป็น 1:2 หรือ 1:1 ปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชันของยาง ธรรมชาติในสารละลาย พบว่าให้เปอร์เซ็นต์การเติมไฮโดรเจนที่ต่ำกว่า นอกจากนี้ ยังพบว่า cis-trans isomerisation เกิดควบคู่ไปกับปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชันทั้ง ในยางบิวตะไดอีนและยางธรรมชาติ จากการศึกษาความเสถียรทางความร้อนพบว่า ยางบิวตะไดอีนที่ทำปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชันแล้วจะมีความเสถียรทางความร้อนมากขึ้น แต่ในกรณีของยางธรรมชาติพบว่ามีความเสถียรทางความร้อนลดลง อิพอกซีเดชันของยางธรรมชาติในเครื่องผสมโดยใช้ m-chloroperbenzoic acid (m-CPBA) ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากเปอร์เซ็นต์การเติมหมู่อิพอกซีที่ได้ มีค่าต่ำ (1-10%) แม้ว่าจะปรับเปลี่ยนเวลาและสัดส่วนโดยโมลของสารที่ใช้ต่อปริมาณ พันธะคู่ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นการยากที่จะควบคุมอุณหภูมิของของผสมให้ต่ำและคงที่ ตลอดเวลาในเครื่องผสม

บรรณานุกรม :
กนกทิพย์ บุญเกิด . (2541). การปรับแต่งยางบิวตะไดอีนและยางธรรมชาติโดยวิธีการแปรรูปเชิงปฏิกิริยา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กนกทิพย์ บุญเกิด . 2541. "การปรับแต่งยางบิวตะไดอีนและยางธรรมชาติโดยวิธีการแปรรูปเชิงปฏิกิริยา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กนกทิพย์ บุญเกิด . "การปรับแต่งยางบิวตะไดอีนและยางธรรมชาติโดยวิธีการแปรรูปเชิงปฏิกิริยา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
กนกทิพย์ บุญเกิด . การปรับแต่งยางบิวตะไดอีนและยางธรรมชาติโดยวิธีการแปรรูปเชิงปฏิกิริยา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.