ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รถไฟกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่างระหว่างปี พ.ศ. 2469-2484

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : รถไฟกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่างระหว่างปี พ.ศ. 2469-2484
นักวิจัย : วิลาศ โพธิสาร
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1192537000080
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ปริญญานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงบทบาทรถไฟ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่าง โดยวิเคราะห์ว่าเมื่อรถไฟเข้าสู่บริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่าง ระหว่างปีพ.ศ. 2469-2484 แล้วได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างไร และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนั้นมีผลกระทบต่อสังคมบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่างอย่างไรบ้าง ผลจากการศึกษาพบว่า รถไฟเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่าง แต่เดิมนั้นต้องใช้เส้นทางคมนาคมจากบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่างผ่านศรีโสภณ อรัญประเทศ วัฒนานคร ถึงกบินทร์บุรี แล้วเข้าสู่บริเวณมณฑลชั้นใน เส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางที่ลำบากมาก เพราะต้องผ่านเทือกเขาซึ่งกั้นชายขอบด้านใต้ของบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่างไว้ การคมนาคมต้องใช้โคต่างช้าง และเกวียนบรรทุกสิ่งของเพื่อข้ามเทือกเขาที่สูงชัน ส่งผลให้การบรรทุกสิ่งของได้น้อย นอกจากนี้ต้องพบกับอุปสรรคจากไข้ป่า และต้องระมัดระวังโจรผู้ร้าย ที่ซุกซ่อนอยู่ตามเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งเส้นทางสายนี้ต้องใช้เวลาเดินทาง 24ถึง77 วัน เมื่อรัฐบาลสยามเปิดการเดินรถไฟที่นครราชสีมา พ.ศ. 2443 ปรากฎว่าราษฎรบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่าง ได้ทำการผลิตสินค้าเพื่อขายอยู่บ้าง โดยมีการบรรทุกสินค้าของป่า และสุกรทางเรือในแม่น้ำมูล ในฤดูน้ำมาก ทางเกวียนในฤดูแล้ง หรือบางครั้งใช้วิธีต้อนสัตว์เป็นฝูง ไปขายที่เมืองนครราชสีมา และบริเวณสถานีรถไฟท่าช้าง ซึ่งมีพ่อค้ามารับซื้อสินค้าเพื่อส่งขึ้นรถไฟไปยังกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตามการใช้เส้นทางคมนาคมระหว่างบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่าง กับบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนบนนี้ยังมีอุปสรรค เพราะแม่น้ำมูลบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนบน โดยเฉพาะเขตอำเภอพิมาย แคบและคดเคี้ยวมากมาย แม่น้ำมูลถ้าหมดหน้าฝนน้ำก็แห้งขอด เรือเดินไม่ได้ ส่วนการขนส่งทางเกวียนในช่วงฤดูฝนนั้นก็มีความลำบาก เพราะตามเส้นทางมีไร่นาของชาวบ้านมีลำห้วยมีป่าขวางทางเกวียน และตามเส้นทางเกวียนเป็นหลุมมีโคลนตม ทำให้การเดินทางเกวียนที่บรรทุกสิ่งของที่มีปริมาณน้ำหนักมาก ๆ ไม่ได้ ซึ่งปกติต้องใช้เวลาเดินทาง 10 ถึง 25 วัน โดยทางเรือในฤดูฝน และทางเกวียนในฤดูแล้ง อุปสรรคดังกล่าวนี้ส่งผลให้การบรรทุกสินค้าระหว่างบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่างกับบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนบนมีเพียงจำกัด ราษฎรจึงต้องทำการผลิตเพื่อกินเพื่อใช้มากกว่าการผลิตเพื่อขายและลักษณะการผลิตก็ใช้วิธีการผลิตที่พึ่งพิงฟ้าฝนจากธรรมชาติ เป็นปัจจัยสำคัญ ต่อมารถไฟเข้าสู่บริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่าง โดยเปิดการเดินรถไฟที่สถานีรถไฟสุรินทร์วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2469 ทำให้การบรรทุกสินค้าจากบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่างไปยังกรุงเทพฯ ได้รวดเร็ว และสามารถบรรทุกสินค้าได้ทุกฤดูกาล นอกจากนั้นเส้นทางการค้าทางเรือในแม่น้ำมูลในฤดูน้ำมาก และทางเกวียนในฤดูแล้งก็หันเหเส้นทางไปยังสถานีรถไฟที่ใกล้ ของบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่าง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้พ่อค้าชาวจีนที่มากับรถไฟเข้ามีบทบาททางด้านการค้า ราษฎรได้ขยายการผลิตเพิ่ม เพราะมีพ่อค้าชาวจีนรับซื้อสินค้าส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจจากระบบเศรษฐกิจเพื่อเลี้ยงตัวเองเป็นระบบเศรษฐกิจเพื่อการค้า สินค้าที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้นได้แก่ ข้าว และ สุกร หลังจากเส้นทางรถไฟขยายออกไปถึงอุบลราชธานีแล้ว ทำให้เมืองอุบลราชธานีกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจมากกว่าเมืองอื่น ๆ ของบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่างเพราะสถานะของเมืองอุบลราชธานีเหมาะดีทางด้านคมนาคมทั้งทางน้ำและทางบก ทั้งนี้มีสถานีรถไฟวารินชำราบ กับสถานีรถไฟโพธิ์มูล เป็นสถานีปลายทาง ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำมูลสามารถรับสินค้าได้สะดวก ที่สำคัญคือสินค้าที่บรรทุกมาทางเรือที่ส่งมาจากกรุงเทพฯ ถูกบรรทุกมาลงที่สถานีรถไฟปลายทางของจังหวัดอุบลราชธานี แล้วบรรทุกไปจำหน่ายทางเรือในฤดูน้ำมากโดยเฉพาะเมืองที่มีแม่น้ำชีไหลผ่าน และทางเกวียนในฤดูแล้ง นอกจากรถไฟทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่างแล้วยังส่งผลกระทบต่อเนื่องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมด้วย ที่ปรากฎชัดเจนได้แก่ การขยายและการเติบโตของชุมชนเมืองบริเวณรอบสถานีรถไฟ ชาวจีนเข้ามาทำการค้าขายโดยใช้เงินตราเป็นสื่อกลางของการซื้อขาย ส่งผลให้ราษฎรในท้องถิ่นมองเห็นความสำคัญทางเศรษฐกิจแบบเงินตรา เกิดอาชีพแรงงานรับจ้าง มีหญิงบริการอาศัยอยู่ในเมืองบริเวณใกล้สถานีรถไฟ และทำให้วิถีชีวิตของชาวนาได้เปลี่ยนแปลงดังเช่น รับค่านิยม รสนิยม และมาตรฐานการดำรงชีวิตตามแบบอย่างชาวเมือง

บรรณานุกรม :
วิลาศ โพธิสาร . (2537). รถไฟกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่างระหว่างปี พ.ศ. 2469-2484.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิลาศ โพธิสาร . 2537. "รถไฟกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่างระหว่างปี พ.ศ. 2469-2484".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิลาศ โพธิสาร . "รถไฟกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่างระหว่างปี พ.ศ. 2469-2484."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
วิลาศ โพธิสาร . รถไฟกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่างระหว่างปี พ.ศ. 2469-2484. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.