ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงเหตุและดัชนีวัดภาวะวิกฤตชีวิตสตรีไทยสมรสวัยกลางคนที่ทำงานนอกบ้านในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงเหตุและดัชนีวัดภาวะวิกฤตชีวิตสตรีไทยสมรสวัยกลางคนที่ทำงานนอกบ้านในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
นักวิจัย : อังศินันท์ อินทรกำแหง
คำค้น : Causal Relation Analysis , Married Thai Women , MidLife Crisis
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG4880096 , http://research.trf.or.th/node/481
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยสหสัมพันธ์ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) วิเคราะห์ดัชนีวัดภาวะวิกฤตของสตรีไทยสมรสที่ทำงานนอกบ้าน 2) สร้างและพัฒนารูปแบบความสัมพันธ์เชิงเหตุ ของภาวะวิกฤตชีวิตของสตรีไทยสมรส และ 3) ศึกษาการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างตัวแปรในแต่ละกลุ่มปัจจัยที่จะส่งผลต่อภาวะวิกฤตชีวิตของสตรีไทยสมรสที่ทำงานนอกบ้าน กลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่มได้แก่ สตรีไทยสมรสซึ่งทำงานในหน่วยงานขนาดใหญ่ของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่มีอายุ 35 - 55 ปี และมีบุตรอย่างน้อย 1 คนรวมจำนวน 1,375 คน จากหน่วยงานทั้งหมด 12 แห่ง ตัวแปรที่ศึกษาประกอบด้วย ตัวแปรแฝง 7 ตัว ตัวแปรสังเกตได้ 18 ตัว เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามประมาณค่า 6 ระดับ รวม 244 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามอยู่ระหว่าง 0.7646 - 0.9531 และทำการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นด้วยโปรแกรม SPSS for windows v.11 และวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันและความสอดคล้องของโมเดลด้วยโปรแกรม LISREL v.8.72 ผลการศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่าง 1) ปัจจัยด้านบุคคล (วัดจากตัวแปร บุคลิกภาพแบบหวั่นไหว และประสบการณ์สูญเสียในชีวิต) 2) ปัจจัยด้านครอบครัว (วัดจากตัวแปร ภาระต่อครอบครัว สัมพันธภาพกับคู่สมรส ความผูกพันทางศาสนาในครอบครัวและการสนับสนุนจากครอบครัว) 3) ปัจจัยด้านการทำงาน (วัดจากตัวแปร ภาระงาน ความก้าวหน้าในงาน ความคลุมเครือในงานและการสนับสนุนจากจากเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชา) 4) ปัจจัยด้านสังคมเมือง (วัดจากตัวแปร สภาพแวดล้อมในชุมชนที่อาศัย และสัมพันธภาพกับเพื่อนบ้าน) พบว่า ปัจจัยทั้ง 4 ด้านนั้นมีอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมต่อตัวแปรตามคือ ภาวะวิกฤตชีวิตตามการรับรู้ของสตรีไทยสมรสวัยกลางคน (วัดจากตัวแปร ความเครียด การเผชิญปัญหามุ่งปรับอารมณ์และการปรับตัว) และพบว่า เมื่อเกิดภาวะวิกฤตจะส่งผลกระทบให้เกิด การสูญเสียความรู้สึกในคุณค่าของตนเอง ผลกระทบต่อการทำงานและ ความรุนแรงต่อตนเอง ครอบครัวได้ ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ความสอดคล้องของรูปแบบความสัมพันธ์เชิงเหตุของภาวะวิกฤตชีวิตพบว่า รูปแบบตามสมมติฐาน มีความสอดคล้องกับข้อมูลความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 กลุ่ม โดยรูปแบบความสัมพันธ์เชิงเหตุนี้สามารถอธิบายเพื่อการทำนายค่าความแปรปรวนของภาวะวิกฤตชีวิตของสตรีไทยสมรสวัยกลางคนที่ทำงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และกลุ่มรวมได้ร้อยละ 45, 84, 80 และ 89 ตามลำดับและรูปแบบความสัมพันธ์เชิงเหตุของกลุ่มสตรีไทยสมรสวัยกลางคนในกลุ่มรวม มีความสอดคล้องกับรูปแบบสมมุติฐานอยู่ในเกณฑ์ปานกลางโดยพิจารณาจากดัชนีวัดความพอดี คือ ไค-สแคร์ = 1393.15, p-value = 0.00, df = 54, GFI = 0.90, AGFI = 0.68, CFI=0.95, RMR = 0.15 และ RMSEA = 0.13 This study is a casual relation research with the following objectives; a) analyzing indices of midlife crisis of married Thai women working outside houses, b) constructing and developing causal relationship of midlife crisis of married Thai women, and c) finding the interaction between observable variables in each factor influencing midlife crisis perception . Sample is married Thai women working in government sector, state- enterprise sector, and private sector in Bangkok and its Periphery, with the age of 35-55 years old, and with at least 1 child, totaling 1,375 persons from 12 organizations. There are 6 latent variables and 18 observable variables. The measuring instrument used for this research is a 244 six-scaled items questionnaire with its reliability between 0.7646 and 0.9531. SPSS for windows version 11.0 is used for rudimentary data analysis. LISREL version 8.72 is used for analyzing confirmatory factor, and the goodness of fit of model. Findings are that Personal factor; bio-data, “Neuroticism” personality, experience in life loss. Family factor; responsibility in family, marital relationship, Buddhism commitment within family, and family support. Working factor; workload, job promotion, job ambiguity, colleague and boss support. Urban-society factor; neighbor relationship, residential environment. All independent factors have an influence on dependent factor, consisting of two variables, one of which is self-perception on life crisis; stress, coping oriented emotion, and adaptation. The other is impact on individual life crisis; loss of self-esteem, impact on work, and domestic violence. According to this, the hypothesized midlife crisis causal model was consistent with opinions of married Thai women working in all 3 sample groups. This causal model could explain variance in midlife crisis of married Thai women working in government sector, state- enterprise sector, private sector and total groups at 95%, 84%, 80% and 89 % respectively. In addition, causal model was consistent with opinion of married The women working in total groups at the better criteria level with values of chi-square 1393.15, p-value = 0.00, df = 54, GFI = 0.90, AGFI = 0.68, CFI = 0.95, RMR = 0.15 and RMSEA = 0.13

บรรณานุกรม :
อังศินันท์ อินทรกำแหง . (2550). การวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงเหตุและดัชนีวัดภาวะวิกฤตชีวิตสตรีไทยสมรสวัยกลางคนที่ทำงานนอกบ้านในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อังศินันท์ อินทรกำแหง . 2550. "การวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงเหตุและดัชนีวัดภาวะวิกฤตชีวิตสตรีไทยสมรสวัยกลางคนที่ทำงานนอกบ้านในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อังศินันท์ อินทรกำแหง . "การวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงเหตุและดัชนีวัดภาวะวิกฤตชีวิตสตรีไทยสมรสวัยกลางคนที่ทำงานนอกบ้านในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2550. Print.
อังศินันท์ อินทรกำแหง . การวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงเหตุและดัชนีวัดภาวะวิกฤตชีวิตสตรีไทยสมรสวัยกลางคนที่ทำงานนอกบ้านในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2550.