ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลทางอัลลิโลพาธีของข้าวฟ่างและทานตะวันที่มีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืชปลูกและ วัชพืชบางชนิดในระบบการปลูกพืช

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลทางอัลลิโลพาธีของข้าวฟ่างและทานตะวันที่มีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืชปลูกและ วัชพืชบางชนิดในระบบการปลูกพืช
นักวิจัย : สมชาติ หาญวงษา
คำค้น : 172 P.
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=28900
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

จากการทดลองเพื่อศึกษาผลทางอัลลิโลพาธีของข้าวฟ่างและทานตะวันที่มีต่อการเจริญเติบโต และผลผลิตของพืชปลูก 5 ชนิดคือ ข้าวฟ่าง (Sorghum bicolor (L.) Moench.) ข้าวโพด (Zea mays L.) ทานตะวัน (Helianthus annuus L.) ถั่วเหลือง (Glycine max Merr.) และถั่วเขียว (Vigna radiata Wilczek) และวัชพืช 4 ชนิดคือ ผักเบี้ยหิน (Trianthema portulacastrum L.) ผักโขมหนาม (Amaranthus spinosus L.) ผักยาง (Euphorbia heterophylla L.) และหญ้าตีนนก (Digitaria ciliaris (Retz.) Koel.) ในห้องปฏิบัติการ ในกระถาง และในสภาพแปลงปลูกพบว่า สารสกัดจากข้าวฟ่างและทานตะวันมีผลในการยับยั้งการงอกของเมล็ดและการเจริญเติบโตของต้น กล้าพืชทดสอบ อัตราการยับยั้งจะสูงขึ้นตามระดับความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้น วัชพืชจะถูกยับยั้ง มากกว่าพืชปลูก สารสกัดจากข้าวฟ่างมีผลยับยั้งทานตะวันสูงกว่าพืชปลูกชนิดอื่น ส่วนผัก เบี้ยหินจะได้รับผลกระทบมากกว่าวัชพืชอื่น ในขณะที่สารสกัดจากทานตะวันจะมีผลยับยั้งข้าว ฟ่าง และผักเบี้ยหินสูงสุด สารสกัดจากลำต้นสดของข้าวฟ่าง และสารสกัดจากใบสดของทานตะวัน ให้ผลทางอัลลิโลพาธีต่อการงอกและการเจริญเติบโตของพืชทดสอบสูงกว่าสารสกัดจากส่วนอื่น สารอัลลิโลเคมิกจากข้าวฟ่างและทานตะวันพบว่าเป็นสารที่มีขั้วสูงและแยกได้ดีในสภาวะกรด การวิเคราะห์ HPLC โครมาโทแกรมของสารสกัดจากลำต้นสดข้าวฟ่างและใบสดทานตะวันพบว่า มีพีค ของสารที่เป็นองค์ประกอบหลักอยู่ 1 ชนิดซึ่งมีค่า retention time เท่ากันโดยมีค่าเท่ากับ 1.67 นาที และมีสารที่เป็นองค์ประกอบซึ่งต่างกันอีก 4 ชนิด สารประกอบจากต้นสดข้าวฟ่าง พบว่าหนึ่งชนิดมีค่า retention time เท่ากับสารเบนโซควิโนน ในขณะที่ใบสดทานตะวันมีสาร ประกอบชนิดหนึ่งซึ่งค่า retention time เท่ากับสารไฮโดรควิโนน วิธีการให้สารอัลลิโลพาธิกจากข้าวฟ่างและทานตะวันที่แตกต่างกันไม่มีผลกระทบต่อความ สูงของต้นข้าวฟ่าง ข้าวโพด ถั่วเหลือง และถั่วเขียว ยกเว้นทานตะวันในระยะเก็บเกี่ยว ผล ผลิตของข้าวฟ่างที่ได้รับสารจากต้นสดและรากแห้งทานตะวันพบว่ามีค่าลดลง ในขณะที่พืชปลูก ชนิดอื่นได้รับผลกระทบน้อย จำนวนเมล็ดต่อต้นของข้าวโพดพบว่ามีค่าลดลงในขณะที่ทานตะวันมี ค่าเพิ่มขึ้น ส่วนพืชปลูกชนิดอื่นได้รับผลกระทบน้อย ขนาดของเมล็ดพืชปลูกทุกชนิดไม่ได้รับ ผลกระทบจากสาร ส่วนความสูงของต้นผักเบี้ยหินและหญ้าตีนนก ตลอดจนน้ำหนักแห้งของ ผักเบี้ยหิน พบว่ามีค่าสูงขึ้น การปลูกข้าวฟ่างและทานตะวันเป็นพืชแรกในระบบการปลูกพืชแบบตามลำดับพบว่า มีผลทำให้ จำนวนเมล็ดต่อต้นและผลผลิตของข้าวฟ่าง ข้าวโพด และทานตะวันที่ปลูกเป็นพืชตามมีค่าสูงขึ้น แต่ไม่มีผลกระทบต่อความสูงต้น และขนาดเมล็ดของพืชปลูกตามทั้ง 5 ชนิด การปลูกข้าวฟ่างและ ทานตะวันเป็นพืชแรกมีผลทำให้ความหนาแน่นของวัชพืชในแปลงปลูกพืชตามชนิดต่าง ๆ ในระยะแรก มีค่าลดลง แต่มีผลกระทบน้อยต่อจำนวนชนิดของวัชพืช โดยผักเบี้ยหินเป็นวัชพืชที่พบในปริมาณ มากกว่าวัชพืชชนิดอื่น

บรรณานุกรม :
สมชาติ หาญวงษา . (2542). ผลทางอัลลิโลพาธีของข้าวฟ่างและทานตะวันที่มีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืชปลูกและ วัชพืชบางชนิดในระบบการปลูกพืช.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมชาติ หาญวงษา . 2542. "ผลทางอัลลิโลพาธีของข้าวฟ่างและทานตะวันที่มีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืชปลูกและ วัชพืชบางชนิดในระบบการปลูกพืช".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมชาติ หาญวงษา . "ผลทางอัลลิโลพาธีของข้าวฟ่างและทานตะวันที่มีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืชปลูกและ วัชพืชบางชนิดในระบบการปลูกพืช."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
สมชาติ หาญวงษา . ผลทางอัลลิโลพาธีของข้าวฟ่างและทานตะวันที่มีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืชปลูกและ วัชพืชบางชนิดในระบบการปลูกพืช. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.