| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาพฤติกรรมการรับรู้ของนักเรียนระดับประถมศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีต่อดนตรีประกอบภาพยนตร์โฆษณา ทางโทรทัศน์ |
| นักวิจัย | : | ชนนาถ มีนะนันทน์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=24215 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงพฤติกรรม การรับรู้และความสามารถในการจดจำดนตรีในภาพยนตร์โฆษณา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา โดยการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิง คุณภาพ กล่าวคือ เป็นการเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์กลุ่ม (Focus-Group Interview) ซึ่งมีการเปิด V.D.O. และ เทปประกอบการสัมภาษณ์ กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาคือ นักเรียน อายุ 6-12 ปี ที่ศึกษาระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 ในเขต กรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียนส่วนใหญ่มีพื้นฐานทางดนตรีปานกลางค่อน ไปทางมาก และนักเรียนที่มีอายุมากกว่าค่อนข้างมีพื้นฐานทาง ดนตรีดีกว่านักเรียนที่มีอายุน้อย โดยนักเรียนหญิงมีความรู้ทาง ทักษะดีกว่านักเรียนชาย แต่นักเรียนชายมีความรู้เนื้อหาทาง ดนตรีดีกว่านักเรียนหญิง 2. นักเรียนส่วนใหญ่มีความสนใจดนตรีดีมาก ส่วนใหญ่ เป็นการฟังดนตรีแบบไม่รู้ตัว และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นการฟังแบบ ใจจดใจจ่อ มีสมาธิในการฟังมาก โดยนักเรียนชายมีความสนใจ ดนตรีมากกว่านักเรียนหญิง และเมื่อนักเรียนอายุมากจะสนใจ ดนตรีมากขึ้น และนักเรียนนิยมฟังเพลงป๊อปที่นิยมฮิตติดหูเป็น วงสตริงทั่วๆ ไป 3. นักเรียนส่วนใหญ่ชอบดนตรีประกอบภาพยตร์โฆษณามาก โดยนักเรียนอายุมากมีแนวโน้มชอบดนตรีประกอบภาพยนตร์โฆษณา มากกว่านักเรียนอายุน้อย และนักเรียนหญิงมีแนวโน้มชอบดนตรี ประกอบภาพยนตร์โฆษณามากกว่านักเรียนชาย 4. นักเรียนชอบดนตรีประกอบภาพยนตร์โฆษณาที่มีทั้ง เนื้อร้องและทำนองรวมกัน ชอบเพลงประกอบภาพยนตร์โฆษณา ที่มีลักษณะเร็วๆ ดังๆ เนื้อร้องและทำนองต้องออกมาสนุก ไพเราะ น่าฟัง เร้าใจ มัน สะใจ ร่าเริง แปลกๆ รู้สึก น่าติดตาม ได้อารมณ์ และสามารถเข้ากับภาพยนตร์โฆษณา และสามารถทำให้เต้นหรือโยกตัวตามไปด้วยได้ 5. นักเรียนส่วนใหญ่จดจำดนตรีประกอบภาพยนตร์โฆษณา ได้ดี โดยนักเรียนที่มีอายุมากจะมีการจดจำได้ดีกว่านักเรียนที่ มีอายุน้อย และนักเรียนหญิงมีแนวโน้มจดจำได้ดีกว่านักเรียนชาย 6. นักเรียนเคยเอาดนตรีประกอบภาพยนตร์โฆษณาไปทำ กิจกรรมอื่นๆ เช่น เพลงเชียร์ หรือเอาไปล้อเพื่อน เอาไปประกอบ การเล่นต่างๆ 7. ดนตรีประกอบภาพยนตร์โฆษณาไม่มีผลโดยตรงต่อพฤติกรรม การบริโภคสินค้าของนักเรียน นักเรียนจะซื้อสินค้าตามอารมณ์ เน้น คุณภาพ และซื้อตามจำนวนเงินที่ได้รับ 8. ตัวบุคคลที่อยู่ในภาพยนตร์โฆษณาหรือแม้แต่ดนตรีประกอบ ภาพยนตร์โฆษณาถ้าแสดงหรือร้องโดยเป็นวัยเดียวกับนักเรียน นักเรียนจะให้ความสนใจ ใส่ใจ จะทำให้นักเรียนสามารถจดจำ ดนตรีประกอบภาพยนตร์โฆษณาและโฆษณาดีขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
ชนนาถ มีนะนันทน์ . (2539). การศึกษาพฤติกรรมการรับรู้ของนักเรียนระดับประถมศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีต่อดนตรีประกอบภาพยนตร์โฆษณา ทางโทรทัศน์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชนนาถ มีนะนันทน์ . 2539. "การศึกษาพฤติกรรมการรับรู้ของนักเรียนระดับประถมศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีต่อดนตรีประกอบภาพยนตร์โฆษณา ทางโทรทัศน์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชนนาถ มีนะนันทน์ . "การศึกษาพฤติกรรมการรับรู้ของนักเรียนระดับประถมศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีต่อดนตรีประกอบภาพยนตร์โฆษณา ทางโทรทัศน์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. ชนนาถ มีนะนันทน์ . การศึกษาพฤติกรรมการรับรู้ของนักเรียนระดับประถมศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีต่อดนตรีประกอบภาพยนตร์โฆษณา ทางโทรทัศน์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
