ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบสาขาเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก : วิเคราะห์โดยใช้ตารางปัจจัยการผลิต-ผลผลิตระดับภาค

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบสาขาเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก : วิเคราะห์โดยใช้ตารางปัจจัยการผลิต-ผลผลิตระดับภาค
นักวิจัย : สุบรรณ เอี่ยมวิจารณ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=4571
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้ คือ (1)จัดสร้างตาราง ปัจจัยการผลิต-ผลผลิตของภาคตะวันออก ปี พ.ศ 2523 และ 2533 ของประเทศไทย (2)หาสาขาเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก โดยใช้ตารางปัจจัยการผลิต-ผลผลิตที่จัดสร้างขึ้นนี้ คำนวณ หาผลการเชื่อมโยงไปข้างหน้าและข้างหลังทางด้านผลผลิต การจ้างงานและรายได้ แล้วจึงคำนวณหาผลการเชื่อมโยงโดยรวม นำเอาผลการเชื่อมโยงโดยรวมทั้งสามด้านมาเปรียบเทียบกัน ทั้งนี้เพื่อให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของสาขาเศรษฐกิจ สำคัญของภาคตะวันออกในช่วงปี พ.ศ 2523-2533 และเพื่อใช้ เป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกสาขาเศรษฐกิจสำคัญที่จะกำหนด นโยบายในการพัฒนาภูมิภาคนี้ตามแนวความคิดความเจริญเติบโต แบบอสมดุล (unbalanced growth concept) ของ Hirschman วิธีการของการศึกษามีดังนี้คือ (1)จัดสร้างตาราง ปัจจัยการผลิต-ผลผลิตของภาคตะวันออกปี พ.ศ 2523 และ 2533 จากตารางค่าสัมประสิทธิ์ปัจจัยการผลิต-ผลผลิตของประเทศ ปี พ.ศ 2523 และ 2533 โดยการตัดทอนสาขาการผลิตที่ไม่มี การผลิตในภาคตะวันออกออกไปและรวมกลุ่มสาขาการผลิตของ ตารางระดับประเทศให้สอดคล้องกับโครงสร้างการผลิตของภาค ตะวันออก (2)ใช้ค่าดัชนี simple location quotient (SLQ) ทำการปรับหาค่าสัมประสิทธิ์ของภาคตะวันออก (3)คำนวณหา ผลการเชื่อมโยงไปข้างหลังและข้างหน้าตามแนวความคิดของ Rasmussen และ Bulmer-Thomas ตามลำดับ แล้วนำเอาผล การเชื่อมโยงไปข้างหลังและข้างหน้าของทั้ง 2 ปี (ปี 2523 และ 2533) มาเปรียบเทียบกัน (4)หาผลการเชื่อมโยงโดยรวม ที่รวมผลการเชื่อมโยงไปข้างหลกงและผลการเชื่อมโยงไป ข้างหน้าเข้าด้วยกัน เพื่อขจัดข้อขัดแย้งที่เกิดจากการ เลือกสาขาเศรษฐกิจสำคัญโดยการพิจารณาจากผลการเชื่อมโยง ไปข้างหลังและผลการเชื่อมโยงไปข้างหน้าเพียงด้านใด ด้านหนึ่ง แล้วจึงนำเอาผลการเชื่อมโยงรวมของทั้ง 2 ปี ที่ได้มาเปรียบเทียบกัน และ (5)หาผลการเชื่อมโยงโดยรวม ทั้งหมด เพื่อเลือกสาขาเศรษฐกิจสำคัญที่มีผลการเชื่อมโยง ทั้งหมดสอดคล้องกัน ผลการศึกษาแสดงได้ดังนี้คือ 1. ผลการเชื่อมโยงทางด้านผลผลิต ปี พ.ศ 2523 สาขา การผลิตที่สำคัญสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาขาการผลิต ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ สาขาการค้าส่งและค้าปลีก สาขาการปลูกพืช อื่น ๆ สาขาการปลูกข้าว และสาขาการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยผล การเชื่อมโยงทางด้านผลผลิต ปี พ.ศ 2533 สาขาการผลิต ที่สำคัญสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาขาการผลิตผลิตภัณฑ์ อื่น ๆ สาขาการค้าส่งและค้าปลีก สาขาการปลูกพืชอื่น ๆ สาขาโรงสีและโรงโม่ธัญพืชอื่น ๆ และสาขาการไฟฟ้า 2. ผลการเชื่อมโยงทางด้านการจ้างงาน ปี พ.ศ 2523 สาขาการผลิตที่สำคัญสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาขาการ ปลูกข้าว สาขาการปลูกพืชอื่น ๆ สาขาโรงสีข้าว สาขาโรงสี และโรงโม่ธัญพืชอื่น ๆ และสาขาการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยผล การเชื่อมโยงทางด้านการจ้างงาน ปี พ.ศ 2533 สาขาการผลิต ที่สำคัญสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาขาการปลูกข้าว สาขา การปลูกพืชอื่น ๆ สาขาโรงสีข้าว สาขาการขนส่ง และสาขา การผลิตผลิตภัณฑ์อื่น ๆ 3. ผลการเชื่อมโยงทางด้านรายได้ ปี พ.ศ 2523 สาขา การผลิตที่สำคัญสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาขาการบริหาร ราชการและป้องกันประเทศ สาขาการค้าส่งและค้าปลีก สาขา บริการทางการศึกษา สาขาการไฟฟ้า และสาขาการปลูกพืชอื่น ๆ โดยผลการเชื่อมโยงทางด้านรายได้ ปี พ.ศ 2533 สาขาการผลิต ที่สำคัญสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาขาการบริหารราชการและ ป้องกันประเทศ สาขาบริการทางการศึกษา สาขาการค้าส่งและ ค้าปลีก สาขาการผลิตผลิตภัณฑ์อื่น และสาขาการปลูกพืช อื่น ๆ 4. ผลการเชื่อมโยงโดยรวมทั้งหมด ปี พ.ศ 2523 จากผลการ เชื่อมโยงทางด้านผลผลิต ด้านการจ้างงาน และด้านรายได้ ปี พ.ศ 2523 สาขาการผลิตที่สำคัญจากผลการเชื่อมโยงสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาขาการปลูกพืชอื่น ๆ สาขาการค้าส่ง และค้าปลีก สาขาการผลิตผลิตภัณฑ์อื่น ๆ สาขาการปลูกข้าว และสาขาการขนส่ง โดยผลการเชื่อมโยงโดยรวมทั้งหมด ปี พ.ศ 2533 จากผลการเชื่อมโยงทางด้านผลผลิต ด้านการจ้างงาน และ ด้านรายได้ ปี พ.ศ 2533 สาขาผลิตภัณฑ์ที่สำคัญจากผลการ เชื่อมโยงสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาขาการปลูกพืชอื่น ๆ สาขาการผลิตผลิตภัณฑ์อื่น ๆ สาขาการค้าส่งและค้าปลีก สาขา การขนส่ง และสาขาโรงสี และโรงโม่ธัญพืชอื่น ๆ เมื่อพิจารณาผลการศึกษา จากการเปรียบเทียบผลการ เชื่อมโยงโดยรวมทั้งหมดของปี พ.ศ 2523 และ 2533 ของภาค ตะวันออก พบว่า สาขาการปลูกพืชอื่น ๆ ยังคงเป็นสาขาการ ผลิตที่สำคัญในช่วงเวลาดังกล่าว โดยที่สาขาโรงสีและโรงโม่ ธัญพืชอื่น ๆ มีความสำคัญมากขึ้นในปี พ.ศ 2533 ดังนั้น จากการศึกษาทั้งหมดสามารถสรุปได้ว่า ในช่วงปี พ.ศ 2523 ถึง 2533 ภาคเกษตรยังคงเป็นสาขาเศรษฐกิจสำคัญสำหรับภูมิภาค นี้ ทั้งนี้ภาคตะวันออกของประเทศไทยมีศักยภาพและโอกาส อย่างมากที่จะพัฒนาสาขาเศรษฐกิจดังต่อไปนี้คือ สาขาการ เพาะปลูก อุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งรัฐบาล ควรให้การส่งเสริมและเพิ่มผลผลิตทางด้านการเพาะปลูก และ รักษาคุณภาพของพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญให้สามารถคงสภาพ อยู่ได้นานตรงตามความต้องการของตลาดอีกด้วย เพื่อสนับสนุน อุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร อาทิเช่น อุตสาหกรรม แปรรูปผัก-ผลไม้ อุตสาหกรรมแปรรูปมันสำปะหลัง อุตสาหกรรม แปรรูปยางพารา เป็นต้น นอกจากนี้รัฐบาลควรให้การส่งเสริมสาขาสถาบันการเงิน เพื่อให้บริการทางการเงินแก่สาขาเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง ดังกล่าวข้างต้น และควรพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรเดิม ที่มี อยู่ควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ตลอดจนรัฐบาลจะต้องสนับสนุนงานวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี การผลิตทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลทาง การเกษตร มาตรการเหล่านี้จะก่อให้เกิดความเชื่อมโยงและ เกื้อหนุนแก่ทุกสาขาเศรษฐกิจ ซึ่งในที่สุดจะทำให้ระบบ เศรษฐกิจของภาคตะวันออกขยายตัวทั้งทางด้านผลผลิต การจ้าง งาน และเพิ่มรายได้แก่ประชากรในภูมิภาคนี้

บรรณานุกรม :
สุบรรณ เอี่ยมวิจารณ์ . (2538). การศึกษาเปรียบเทียบสาขาเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก : วิเคราะห์โดยใช้ตารางปัจจัยการผลิต-ผลผลิตระดับภาค.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุบรรณ เอี่ยมวิจารณ์ . 2538. "การศึกษาเปรียบเทียบสาขาเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก : วิเคราะห์โดยใช้ตารางปัจจัยการผลิต-ผลผลิตระดับภาค".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุบรรณ เอี่ยมวิจารณ์ . "การศึกษาเปรียบเทียบสาขาเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก : วิเคราะห์โดยใช้ตารางปัจจัยการผลิต-ผลผลิตระดับภาค."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
สุบรรณ เอี่ยมวิจารณ์ . การศึกษาเปรียบเทียบสาขาเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก : วิเคราะห์โดยใช้ตารางปัจจัยการผลิต-ผลผลิตระดับภาค. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.