| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการใช้รูปแบบการดูแลทารกที่ยึดครอบครัวเป็นศูนย์กลางตามทฤษฎีการพยาบาลของ คิงต่อการบริการพยาบาลตามการรับรู้ของผู้ดูแลและพยาบาลวิชาชีพ |
| นักวิจัย | : | อัญชัญ เตชะวีรากร |
| คำค้น | : | รูปแบบการดูแลทารกที่ยึดครอบครัวเป็นศูนย์กลาง , ทฤษฎีการพยาบาลของคิง , การบริการพยาบาล การรับรู้ ผู้ดูแล พยาบาลวิชาชีพ |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=2921 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้ รูปแบบการดูแลทารกที่ยึดครอบครัวเป็นศูนย์การตามทฤษฎีการพยาบาลของคิง ต่อการบริการพยาบาลตามการรับรู้ของผู้ดูแลและพยาบาลวิชาชีพ เปรียบเทียบระดับ การรับรู้การบริการพยาบาลที่ใช้รูปแบบและไม่ใช้รูปแบบการดูแลทารกที่ยึด ครอบครัวเป็นศูนย์กลางตามทฤษฎีการพยาบาลของคิงต่อการบริการพยาบาลตามการรับรู้ ของผู้ดูแลและพยาบาลวิชาชีพ กลุ่มตัวอย่างประชากรมี 2 กลุ่มโดยกลุ่มที่ 1 เป็นพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยทารกวิกฤตของโรงพยาบาลชลบุรีเป็น กลุ่มทดลองและพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยทารกวิกฤตของโรงพยาบาล สระบุรีเป็นกลุ่มควบคุม มีจำนวนกลุ่มละ 8 คน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มผู้ดูแลทารก ที่มีทารกพักรักษาตัวในหอผู้ป่วยทารกวิกฤตของโรงพยาบาลชลบุรีเป็นกลุ่มทดลอง และผู้ดูแลทารกที่มีทารกพักรักษาตัวในหอผู้ป่วยทารกวิกฤตของโรงพยาบาลสระบุรี เป็นกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 ชุดคือ แบบวัดการรับรู้การบริการพยาบาลวิชาชีพในการดูแลทารกที่ยึดครอบครัวเป็น ศูนย์กลาง และแบบวัดการรับรู้การบริการพยาบาลของผู้ดูแลทารกในการดูแลทารกที่ ยึดครอบครัวเป็นศูนย์กลางของพยาบาลวิชาชีพ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเนื้อหา และความเที่ยงแล้วมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.78 และ 0.85 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป (SPSS for Windows) สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบคะแนน เฉลี่ยของการรับรู้การบริการพยาบาลทารกโดยหาค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1. ค่าเฉลี่ยของคะแนนการรับรู้การบริการพยาบาลทารกที่ยึดครอบครัวเป็น ศูนย์กลางของพยาบาลวิชาชีพกลุ่มทดลอง หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ค่าเฉลี่ยของคะแนนการรับรู้การบริการพยาบาลทารกที่ยึดครอบครัวเป็น ศูนย์กลางของผู้ดูแลทารกกลุ่มทดลอง หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ค่าเฉลี่ยของคะแนนการรับรู้การบริการพยาบาลทารกที่ยึดครอบครัวเป็น ศูนย์กลางของพยาบาลวิชาชีพกลุ่มที่ใช้รูปแบบการดูแลทารกที่ยึดครอบครัวเป็น ศูนย์กลางสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ใช้รูปแบบการดูแลทารกที่ยึดครอบครัวเป็นศูนย์กลาง อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ค่าเฉลี่ยของคะแนนการรับรู้การบริการพยาบาลทารกที่ยึดครอบครัวเป็นศูนย์ กลางของผู้ดูแลทารกระหว่างก่อนใช้รูปแบบและหลังใช้รูปแบบการดูแลทารกที่ยึดครอบ ครัวเป็นศูนย์กลางของพยาบาลวิชาชีพกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 |
| บรรณานุกรม | : |
อัญชัญ เตชะวีรากร . (2544). ผลของการใช้รูปแบบการดูแลทารกที่ยึดครอบครัวเป็นศูนย์กลางตามทฤษฎีการพยาบาลของ คิงต่อการบริการพยาบาลตามการรับรู้ของผู้ดูแลและพยาบาลวิชาชีพ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อัญชัญ เตชะวีรากร . 2544. "ผลของการใช้รูปแบบการดูแลทารกที่ยึดครอบครัวเป็นศูนย์กลางตามทฤษฎีการพยาบาลของ คิงต่อการบริการพยาบาลตามการรับรู้ของผู้ดูแลและพยาบาลวิชาชีพ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อัญชัญ เตชะวีรากร . "ผลของการใช้รูปแบบการดูแลทารกที่ยึดครอบครัวเป็นศูนย์กลางตามทฤษฎีการพยาบาลของ คิงต่อการบริการพยาบาลตามการรับรู้ของผู้ดูแลและพยาบาลวิชาชีพ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. อัญชัญ เตชะวีรากร . ผลของการใช้รูปแบบการดูแลทารกที่ยึดครอบครัวเป็นศูนย์กลางตามทฤษฎีการพยาบาลของ คิงต่อการบริการพยาบาลตามการรับรู้ของผู้ดูแลและพยาบาลวิชาชีพ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
