| ชื่อเรื่อง | : | บทบาทของกรดแอล-แอสคอร์บิคต่อการเปลี่ยนแปลงพยาธิสรีรวิทยาของไตในหนูขาวที่ถูกชักนำให้เป็นเบาหวานด้วยสเตรปโตโซโตซิน |
| นักวิจัย | : | มาเรียม อยู่สุขสวัสดิ์ |
| คำค้น | : | L-ASCORBIC ACID , RENAL PATHOPHYSIOLOGY , STREPTOZOTOCIN-INDUCED DIABETIC RATS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548000119 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของกรดแอล-แอสตอร์บิคต่อพยาธิสรีรวิทยาของไตในหนูที่ถูกชักนำให้เป็นเบาหวานด้วยสารสเตรปโตโซโตซิน โดยการฉีดสารสเตรปโตโซโตซินเข้าทางหลอดเลือดดำที่หางด้วยขนาด 55 มก./น้ำหนักตัว 1 กก. ในขณะที่หนูกลุ่มควบคุมได้รับการฉีดสารละลายซิเตรตบัฟเฟอร์ด้วยปริมาตรเท่ากัน ทำการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังการฉีดสาร 2 วัน หนูที่เป็นเบาหวานและมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 200 มก./ดล.และหนูกลุ่มควบคุมจะถูกสุ่มเพื่อให้ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคความเข้มข้น1 กรัม/น้ำ 1 ลิตร หรือให้น้ำธรรมดาอย่างเพียงพอเป็นเวลานาน 4, 8, 16 และ 24 สัปดาห์เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการทดลอง ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดและทำการศึกษาเคลียร์รานซ์ของอินูลิน และกรดพาราอะมิโนฮิพพูริค เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของอัตราการกรองของไตและอัตราการไหลของพลาสมาเข้าสู่ไตตามลำดับ ตรวจวัดความดันเลือดแดงตลอดการทดลองและศึกษาการเปลี่ยนแปลงของความต้านทานของหลอดเลือดภายในไต ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนของการกรอง อัตราการไหลของปัสสาวะ สัดส่วนการไหลของปัสสาวะต่ออัตราการกรอง อัตราการขับทิ้งของโซเดียม โปแตสเซียมและคลอไรด์อิออน ตลอดจนสัดส่วนของการขับทิ้งอิเลคโตรไลท์เหล่านั้น สัดส่วนของน้ำหนักไตต่อน้ำหนักตัว นอกจากนั้นทำการทดลองเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงการทำงานของไมโตคอนเดรียของไต ตรวจวิเคราะห์เพื่อดูการเปลี่ยนระดับของสารมาลอนไดอัลดิไฮด์ในเนื้อไตส่วนคอร์เทกซ์ระดับของสารทีจีเอฟเบตา-วันและการเปลี่ยนแปลงของกลูโคสทรานสปอร์ตเตอร์-วัน ทำการศึกษาพยาธิวิทยาของไตโดยการย้อมสีพิเศษเพอริออดิคแอซิด-ซิฟและตรวจดูการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของหน่วยไตภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ผลการศึกษาพบว่า หนูเบาหวานที่ไม่ได้ให้สารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคมีความบกพร่องในการทำงานของไตโดยมีการลดลงของอัตราการกรองและอัตราการไหลของพลาสมาเข้าสู่ไตความต้านทานของหลอดเลือดในไตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) การให้สารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคแก่หนูเบาหวานเป็นเวลานาน 16 สัปดาห์ช่วยให้อัตราการกรองและอัตราการไหลของพลาสมาเข้าสู่ไตเพิ่มขึ้น ความต้านทานของหลอดเลือดในไตลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับหนูเบาหวานที่ไม่ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิค นอกจากนั้นหนูเบาหวานที่ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคมีการเปลี่ยนแปลงการทำงานของหลอดไตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับหนูเบาหวานที่ไม่ได้ให้สารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคดังนี้ สัดส่วนของการขับทิ้งของโซเดียมและโปรแตสเซียมลดลงที่สัปดาห์ที่ 8 และในสัปดาห์ที่ 24 มีการลดลงของอัตราการขับทิ้งของโซเดียมโปแตสเซียมและระดับความเข้มข้นของโซเดียมในพลาสมา การศึกษานี้ยังพบอีกว่าหนูเบาหวานที่ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลง และมีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักไตต่อน้ำหนักตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ที่สัปดาห์ที่ 16 ผลการศึกษาการทำงานองไมโตคอนเดรียของไต พบว่า ในสปัดาห์ที่ 24 เมื่อให้กลูตาเมทและมาเลทแก่ไมโตคอนเดรียหนูเบาหวานทั้งสองกลุ่มที่ได้รับและไม่ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคมีอัตราการใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ทั้งในระยะพักและระยะถูกกระตุ้น และดัชนีชี้วัดการทำงานของไมโตคอนเดรีย (P/O) ของไตเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับหนูกลุ่มควบคุม เมื่อให้ซัคซิเนทแก่ไมโตรอนเดรียพบว่าหนูเบาหวานที่ไม่ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคมีดัชนีชี้วัดการทำงานของไมโตคอนเดรียของไตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) เปรียบเทียบกับหนูกลุ่มควบคุม ขณะที่หนูเบาหวานที่ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคมีดัชนีชี้วัดการทำงานของไมโตคอนเดรียของไตไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุมและหนูเบาหวานที่ไม่ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิค หนูเบาหวานทั้งสองกลุ่มที่ได้รับและไม่ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคมีระดับของสารมาลอนไดอัลดิไฮด์ในเนื้อไตส่วนคอร์เทกซ์สูงกว่ากลุ่มควบคุม (p < 0.05) ที่สัปดาห์ที่ 8 และ 24 ขณะที่สัปดาห์ที่ 16 หนูเบาหวานที่ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคมีระดับของสารมาลอนไดอัลดิไฮด์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับหนูเบาหวานที่ไม่ได้ให้สารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคและไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุมระดับของสารทีจีเอฟเบตา-วันในเนื้อไตส่วนคอร์เทกซ์สูงกว่ากลุ่มควบคุม (p < 0.05)ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 8 ถึง สัปดาห์ที่ 24 การให้สารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคแก่หนูเบาหวานช่วยให้ระดับทีจีเอฟเบตา-วันลดลงและไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุมในสัปดาห์ที่ 16 และ 24และลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับหนูเบาหวานที่ไม่ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคในสัปดาห์ที่ 16 เมื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดับของกลูโคสทรานสปอร์ตเตอร์-วัน พบว่าหนูเบาหวานที่ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคมีระดับของกลูโคสทรานสปอร์ตเตอร์-วันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) เมื่อเปรียบเทียบกับหนูกลุ่มควบคุมและกลุ่มเบาหวานที่ไม่ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิค ขณะที่หนูเบาหวานที่ไม่ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคมีระดับของกลูโคสทรานสปอร์ตเตอร์-วันไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม ผลการศึกษาทางพยาธิสภาพของไต พบว่าหนูเบาหวานทั้งสองกลุ่มที่ได้รับและไม่ได้รับสารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคมีจำนวนหน่วยไตที่ผิดปกติ เกิดโกลเมอรูโลสเคอโรซีสเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) เมื่อเปรียบเทียบกับหนูกลุ่มควบคุมในสัปดาห์ที่ 16และ 24 การให้สารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิคช่วยให้จำนวนโกลเมอรูโลสเคอโรซีสลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับหนูเบาหวานที่ไม่ได้ให้สารละลายกรดแอล-แอสคอร์บิค การศึกษานี้สรุปได้ว่า การเสริมกรดแอล-แอสคอร์บิคให้แก่หนูเบาหวานสามารถลดความรุนแรงของการเกิดพยาธิสรีรภาพของไตได้ กลไกการออกฤทธิ์ของกรด-แอสคอร์บิคคือการยับยั้งการสร้างสารทีจีเอฟเบตา-วัน ผ่านการลดระดับของออกซิเดทิฟสเตรสโดยการเพิ่มปริมาณกลูโคสทรานสปอร์ตเตอร์-วัน ซึ่งคาดว่าเพื่อเพิ่มการผ่านเข้าเซลล์ของกรดแอล-แอสคอร์บิค |
| บรรณานุกรม | : |
มาเรียม อยู่สุขสวัสดิ์ . (2548). บทบาทของกรดแอล-แอสคอร์บิคต่อการเปลี่ยนแปลงพยาธิสรีรวิทยาของไตในหนูขาวที่ถูกชักนำให้เป็นเบาหวานด้วยสเตรปโตโซโตซิน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มาเรียม อยู่สุขสวัสดิ์ . 2548. "บทบาทของกรดแอล-แอสคอร์บิคต่อการเปลี่ยนแปลงพยาธิสรีรวิทยาของไตในหนูขาวที่ถูกชักนำให้เป็นเบาหวานด้วยสเตรปโตโซโตซิน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มาเรียม อยู่สุขสวัสดิ์ . "บทบาทของกรดแอล-แอสคอร์บิคต่อการเปลี่ยนแปลงพยาธิสรีรวิทยาของไตในหนูขาวที่ถูกชักนำให้เป็นเบาหวานด้วยสเตรปโตโซโตซิน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. มาเรียม อยู่สุขสวัสดิ์ . บทบาทของกรดแอล-แอสคอร์บิคต่อการเปลี่ยนแปลงพยาธิสรีรวิทยาของไตในหนูขาวที่ถูกชักนำให้เป็นเบาหวานด้วยสเตรปโตโซโตซิน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
