| ชื่อเรื่อง | : | กระบวนการเกิดจิตสำนึกสาธารณะของชุมชนบางลำพู |
| นักวิจัย | : | ประไพพิศ โอฬารวัฒน์ |
| คำค้น | : | SOCIAL CONSCIOUNESS , PUBLIC SPHERE , SOCIAL MOVEMENT , CIVIC GROUP , BANGLUMPOO |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548000066 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการเกิดจิตสำนึกสาธารณะของชุมชนบางลำพู รวมทั้งเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดจิตสำนึกสาธารณะในบริบทของชุมชนบางลำพู ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ของการพัฒนาจิตสำนึกสาธารณะ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสังเกตแบบมีส่วนร่วม การสัมภาษณ์แบบเจาะลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ และการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ~bผลการวิจัยพบว่า~b แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 5 (2540 - 2544) ได้นำแนวคิดเมืองน่าอยู่(Healthy Cities) มาใช้ในการพัฒนากรุงเทพฯ ซึ่งสอดรับกับแนวคิดของ ดร. พิจิตร รัตตกุลซึ่งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในยุคนั้น ดร. พิจิตร จึงนำแผนมาปรับเป็นนโยบายเมืองน่าอยู่ และได้สนับสนุนให้บางกอกฟอรั่มเข้ามาร่วมในการนำนโยบายเมืองน่าอยู่มาสู่การปฏิบัติจริงในชุมชนของกรุงเทพมหานคร บางกอกฟอรั่มจึงได้เข้ามามีบทบาทในการเป็นผู้จุดประกายให้ชุมชน ทำให้ชุมชนเกิดการรวมตัวกันได้จากงานปิดถนนคนเดินครั้งที่ 1 ในที่สุดจึงได้กลายเป็นประชาคมบางลำพู ซึ่งต่อมาได้มีบทบาทสำคัญในการสร้างกิจกรรมทางสังคมให้กับชุมชนบางลำพู กระบวนการเกิดจิตสำนึกสาธารณะเกิดจากกลุ่มกิจกรรมทางสังคม 3 กลุ่มคือ ประชาคมบางลำพู เยาวชนเกสรลำพู และมูลนิธิดุริยประณีต โดยประชาคมบางลำพูมีบทบาทนำในการสร้างกิจกรรมทางสังคมบนพื้นที่สาธารณะทางกายภาพ คือ สวนสันติชัยปราการ ทำให้เกิดการรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมทางสังคมร่วมกัน โดยมีกิจกรรมเป็นสื่อกลางที่จะนำเสนอถึงอัตลักษณ์ของชุมชนอัตลักษณ์ของชุมชนจะก่อให้เกิดความรัก ความหวงแหนในสิ่งของอันเป็นส่วนรวมร่วมกันของชุมชน อัตลักษณ์จึงนำมาซึ่งจิตสำนึกสาธารณะ ในขณะเดียวกันจิตสำนึกสาธารณะก็นำมาซึ่งความพยายามในจะสร้างอัตลักษณ์ของชุมชนผ่านการทำกิจกรรมทางสังคมซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกส่วนร่วม (Sense of Public) หรือรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันถึงอัตลักษณ์ด้านต่างๆของชุมชนบางลำพู หรือจิตสำนึกสาธารณะของชุมชนนั้นเอง ท้ายที่สุดแล้วจิตสำนึกสาธารณะของชุมชนบางลำพูจะก่อให้เกิดพลังทางสังคมที่ยิ่งใหญ่ ในการเคลื่อนไหวทางสังคมในกระบวนการต่อรองกับรัฐในการอนุรักษ์อาคารโรงพิมพ์คุรุสภา และกระบวนการต้านกระแสการขยายตัวของการท่องเที่ยว และการใช้วัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยว ทั้งนี้เพื่อกลับมาปกป้องเงื่อนไขการดำรงอยู่ของบุคคลและกลุ่ม ภายใต้ชื่อ "ชุมชนบางลำพู" การมีจิตสำนึกสาธารณะของชุมชนในบริบทของชุมชนบางลำพู อยู่ภายใต้ปัจจัยเงื่อนไขดังต่อไปนี้ ได้แก่ ทุนทางสังคม วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ของชุมชน ผู้นำจิตสำนึกสาธารณะปัจเจก การสื่อสารและกิจกรรมทางสังคม พื้นที่สาธารณะในชุมชน การเข้าร่วมกิจกรรมของคนภายนอก และการที่ชุมชนกลายเป็น "กรณีศึกษา" ในการศึกษาวิจัยและวิทยานิพนธ์หลาย ๆ ฉบับ ตลอดจนการขยายตัวของถนนข้าวสารและเกสต์เฮ้าส์ นอกจากนี้ จากการศึกษาพบว่าปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาจิตสำนึกสาธารณะเกิดจากปัจจัยดังต่อไปนี้ การขาดผู้สืบทอดในการทำกิจกรรมทางสังคมของชุมชน ความขัดแย้งในชุมชนสภาพการต่างคนต่างอยู่ของผู้เช่าอาศัย และชาวบ้านบางส่วนในชุมชน การขาดความต่อเนื่องในการสนับสนุนจากภาครัฐ และการกีดกันบทบาทการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยรัฐ ปัจจัยทางบวกและปัจจัยทางลบทั้งหมดนี้ล้วนมีผลต่อการเกิดจิตสำนึกสาธารณะของชุมชนทั้งสิ้น |
| บรรณานุกรม | : |
ประไพพิศ โอฬารวัฒน์ . (2548). กระบวนการเกิดจิตสำนึกสาธารณะของชุมชนบางลำพู.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประไพพิศ โอฬารวัฒน์ . 2548. "กระบวนการเกิดจิตสำนึกสาธารณะของชุมชนบางลำพู".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประไพพิศ โอฬารวัฒน์ . "กระบวนการเกิดจิตสำนึกสาธารณะของชุมชนบางลำพู."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. ประไพพิศ โอฬารวัฒน์ . กระบวนการเกิดจิตสำนึกสาธารณะของชุมชนบางลำพู. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
