| ชื่อเรื่อง | : | คุณสมบัติของตัวประมาณค่าความเข้มของอิทธิพล: การเปรียบเทียบระหว่างทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ |
| นักวิจัย | : | ชยุตม์ ภิรมย์สมบัติ |
| คำค้น | : | EFFECT MAGNITUDE , EFFECT SIZE , CLASSICAL TEST THEORY , ITEM (RESPONSE THEORY , SIMULATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547001776 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ข้อ ได้แก่ (1) เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติของตัวประมาณค่าในด้านความลำเอียง ความคงเส้นคงวา และประสิทธิภาพสัมพัทธ์ระหว่างขนาดอิทธิพลที่ได้จากทฤษฎีทดสอบแบบดั้งเดิม (d(,CTT)) ขนาดอิทธิพลที่ได้จากทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบที่โมเดลประมาณค่าสอดคล้องกับข้อมูล (d(,IRT1)) ขนาดอิทธิพลที่ได้จากทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบที่โมเดลประมาณค่าไม่สอดคล้องกับข้อมูล (d(,IRT2))สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่ได้จากทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม (r(,CTT)) สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่ได้จากทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบที่โมเดลประมาณค่าสอดคล้องกับข้อมูล (r(,IRT1))และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่ได้จากทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบที่โมเดลประมาณค่าไม่สอดคล้องกับข้อมูล (r(,IRT2)) (2) เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระหว่าง d(CTT), d(,IRT1) และd(,IRT2) และระหว่าง r(,CTT), r(,IRT1) และ r(,IRT2) (3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง d(,CTT) และ d(,IRT1) และสร้างสมการถดถอยของ d(,IRT1) บน d(,CTT) และ(4) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง r(,CTT) และ r(,IRT1) และสร้างสมการถดถอยของr(,IRT1) บน r(,CTT) ภายใต้สถานการณ์การสอบ 540 สถานการณ์ ตามเงื่อนไขของค่าความเข้มข้นของอิทธิพลที่แท้จริง (.2, .5, .8, 1.2, 2.6) ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (20, 50, 500,2,000) ความยาวแบบสอบ (10, 50, 90) โมเดลฐาน (โมเดลโลจิสติกแบบหนึ่ง, สอง และสามพารามิเตอร์) และโมเดลประมาณค่า (โมเดลการทดสอบแบบดั้งเดิม, โมเดลการตอบสนองข้อสอบที่สอดคล้องกับข้อมูล และโมเดลการตอบสนองข้อสอบที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูล) ผลการวิจัยโดยสรุปพบว่า (1) ในภาพรวมตัวประมาณค่าที่มีความลำเอียงต่ำที่สุดคือ r(,IRT1) ตัวประมาณค่าที่มีความคงเส้นคงวาสูงสุดคือ r(,CTT) และตัวประมาณค่าที่มีประสิทธิภาพสัมพัทธ์สูงสุดคือ r(,IRT1) นอกจากนี้ r(,IRT1) ยังเป็นตัวประมาณค่าที่มีคุณสมบัติทุกด้านเป็นที่น่าพอใจที่สุด (2) ค่าเฉลี่ยของ d(,CTT), d(,IRT1) และd(,IRT2) มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดย d(,CTT) มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเช่นเดียวกับค่าเฉลี่ยของ r(,CTT), r(,IRT1) และ r(,IRT2) ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดย r(,CTT) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (3) สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่าง d(,CTT) และ d(,IRT1) มีค่า .626 และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05สมการถดถอยของ d(,IRT1) บน d(,CTT) ในรูปคะแนนดิบ คือ d(,IRT1) = .004 + .065d(,CTT)สมการในรูปคะแนนมาตรฐาน คือ Z(,~id~i)(,~iIRT~i1) = .626Z(,~id~i)(,~iCTT~i)(4) สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่าง CTT และ r(,IRT1) มีค่า .570 และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สมการถดถอยของ r(,IRT1) บน r(,CTT) ในรูปคะแนนดิบ คือ r(,IRT1) =.003 + .079r(,CTT) และสมการในรูปคะแนนมาตรฐาน คือ Z(,~ir~i)(~iIRT~i1) = .570Z(~ir~i)(,~iCTT~i) |
| บรรณานุกรม | : |
ชยุตม์ ภิรมย์สมบัติ . (2547). คุณสมบัติของตัวประมาณค่าความเข้มของอิทธิพล: การเปรียบเทียบระหว่างทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชยุตม์ ภิรมย์สมบัติ . 2547. "คุณสมบัติของตัวประมาณค่าความเข้มของอิทธิพล: การเปรียบเทียบระหว่างทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชยุตม์ ภิรมย์สมบัติ . "คุณสมบัติของตัวประมาณค่าความเข้มของอิทธิพล: การเปรียบเทียบระหว่างทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print. ชยุตม์ ภิรมย์สมบัติ . คุณสมบัติของตัวประมาณค่าความเข้มของอิทธิพล: การเปรียบเทียบระหว่างทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.
|
