| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล แบบแผนการดำเนินชีวิต กับผลลัพธ์ทางสุขภาพในหญิงที่เป็นเบาหวานจากการตั้งครรภ์ |
| นักวิจัย | : | ปภาวดี อินทิปัญญา |
| คำค้น | : | GESTATIONAL DIABETES MELLITUS , LIFESTYLE , HEALTH OUTCOMES |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548001172 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล แบบแผนการดำเนินชีวิตกับผลลัพธ์ทางสุขภาพในหญิงที่เป็นเบาหวานจากการตั้งครรภ์ รวมทั้งศึกษาความสามารถในการพยากรณ์ผลลัพธ์ทางสุขภาพจากปัจจัยส่วนบุคคล และแบบแผนการดำเนินชีวิต โดยศึกษาในหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานจากการตั้งครรภ์ จำนวน 140 คน จากโรงพยาบาลศูนย์จำนวน 7 แห่ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามส่วนบุคคล แบบสอบถามแบบแผนการดำเนินชีวิต และแบบบันทึกผลลัพธ์ทางสุขภาพ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ได้ค่าความเที่ยงของแบบสอบถามแบบแผนการดำเนินชีวิตเท่ากับ 0.92 ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และการใช้สถิติวิเคราะห์การถดถอยลอจีสติก ผลการวิจัยที่สำคัญ สรุปได้ดังนี้ 1. ผลลัพธ์ทางสุขภาพ พบว่าหญิงที่เป็นเบาหวานจากการตั้งครรภ์สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ คิดเป็นร้อยละ 70.0 และส่วนใหญ่ให้กำเนิดทารกที่มีน้ำหนักปกติ คิดเป็น ร้อยละ 62.9 2. ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ ระดับการศึกษา และรายได้เฉลี่ยของครอบครัวมีความสัมพันธ์กับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (~ir~i = 0.31, ~ip~i < 0.01, และ ~ir~i = 0.17, ~ip~i < 0.05 ตามลำดับ) ในขณะเดียวกันมีความสัมพันธ์กับน้ำหนักทารกแรกเกิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติด้วยเช่นเดียวกัน (~ir~i = -0.22, ~ip~i < 0.01, และ ~ir~i = -0.19,~ip~i < 0.05, ตามลำดับ) 3. แบบแผนการดำเนินชีวิตโดยรวม มีความสัมพันธ์กับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและน้ำหนักทารกแรกเกิด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (~ir~i = 0.44, และ -0.44, ~ip~i < 0.05 ตามลำดับ) โดยแบบแผนการดำเนินชีวิตด้านโภชนาการ ด้านการตระหนักรู้ทางสุขภาพ ด้านการสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์กับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (~ir~i = -0.50, -0.38, และ -0.41, ~ip~i < 0.05 ตามลำดับ) นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์กับน้ำหนักทารกแรกเกิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติด้วยเช่นกัน (~ir~i = -0.52, -0.38 และ -0.44, ~ip~i < 0.05 ตามลำดับ)ส่วนแบบแผนการดำเนินชีวิตด้านการตระหนักรู้ในตนเอง ด้านกิจกรรมทางกาย ด้านความปลอดภัย ด้านการจัดการกับความเครียด พบว่าไม่มีความสัมพันธ์กับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และน้ำหนักทารกแรกเกิด 4. สำหรับความสามารถในการพยากรณ์ พบว่า ระดับการศึกษา แบบแผนการดำเนินชีวิตด้านโภชนาการด้านการตระหนักรู้ทางสุขภาพ และด้านการสนับสนุนทางสังคม สามารถพยากรณ์การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (OR = 1.16, 1.18, 1.07 และ 1.46 ตามลำดับ) และร่วมกันพยากรณ์การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ร้อยละ 81.4 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เช่นเดียวกันแบบแผนการดำเนินชีวิตด้านการตระหนักรู้ในตนเอง ด้านโภชนาการ ด้านการตระหนักรู้ทางสุขภาพ ด้านการจัดการกับความเครียด และด้านการสนับสนุนทางสังคม สามารถพยากรณ์น้ำหนักทารกแรกเกิดได้ (OR = 1.38, 0.80, 0.89, 1.34, และ 0.67 ตามลำดับ) และร่วมกันพยากรณ์น้ำหนักทารกแรกเกิดได้ร้อยละ 79.3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 |
| บรรณานุกรม | : |
ปภาวดี อินทิปัญญา . (2548). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล แบบแผนการดำเนินชีวิต กับผลลัพธ์ทางสุขภาพในหญิงที่เป็นเบาหวานจากการตั้งครรภ์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปภาวดี อินทิปัญญา . 2548. "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล แบบแผนการดำเนินชีวิต กับผลลัพธ์ทางสุขภาพในหญิงที่เป็นเบาหวานจากการตั้งครรภ์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปภาวดี อินทิปัญญา . "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล แบบแผนการดำเนินชีวิต กับผลลัพธ์ทางสุขภาพในหญิงที่เป็นเบาหวานจากการตั้งครรภ์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. ปภาวดี อินทิปัญญา . ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล แบบแผนการดำเนินชีวิต กับผลลัพธ์ทางสุขภาพในหญิงที่เป็นเบาหวานจากการตั้งครรภ์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
