| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบวิธีการทดสอบการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม เมื่อสัมประสิทธิ์การถดถอยมีค่าไม่เท่ากัน |
| นักวิจัย | : | มานะชัย รอดชื่น |
| คำค้น | : | ANALYSIS OF COVARIANCE , SLOPES ARE UNEQUAL , JOHNSON - NEYMAN TEST STATISTIC , HOLLINGWORTHF - TEST STATISTIC |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547001075 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวิธีการทดสอบในการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วมเมื่อสัมประสิทธิ์การถดถอยมีค่าไม่เท่ากัน โดยจะเปรียบเทียบวิธีทดสอบ 2 วิธี ได้แก่ วิธีการทดสอบของฮอลลิงค์เวิทธ์เอฟ (Hollingsworth F-Test Statistic (วิธี HF)) และวิธีทดสอบของจอห์นสันและเนย์แมน (Johnson-Neyman Test Statistic (วิธี JN)) โดยศึกษาการเปรียบเทียบความสามารถในการควบคุมความน่าจะเป็นของความผิดพลาดแบบที่ 1 และอำนาจของการทดสอบของวิธีการทั้ง 2 วิธีและเกณฑ์ที่เป็นส่วนประกอบของกการตัดสินใจ คือค่าสัมพันธ์ของค่าอำนาจการทดสอบ (Relative ofPower of the test (RPOW)) สถานการณ์ที่ศึกษาคือกำหนดจำนวนสิ่งทดลองเท่ากับสอง จำนวนตัวแปรร่วมเท่ากับหนึ่ง สัมประสิทธิ์การถดถอยของสิ่งทดลองที่ 1 (~i(+,b)~i(,11)) เป็น 0.2 0.3 0.4 และ 0.5โดยที่สัมประสิทธิ์การถดถอยของสิ่งทดลองที่ 2 (~i(+,b)~i(,12)) กำหนดให้มีค่าเพิ่มขึ้นจากค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยของสิ่งทดลองที่ 1 คิดเป็น 20% 50% 75% และ 100% ขนาดตัวอย่างของสิ่งทดลองที่ 1 และ 2(n(,1)+n(,2)) ที่ศึกษา คือ (10, 10) (10, 20) (10, 30) (20, 20) (20, 30) และ (30, 30) ความแตกต่างระหว่างอิทธิพลของสิ่งทดลอง แตกต่างอยู่ในระดับ 50% 75% และ 100% ของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ((+,s))และกำหนดระดับนัยสำคัญสำหรับการทดสอบสมมติฐาน ((+,a)) เท่ากับ 0.01 และ 0.05 ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยได้จากการจำลองแบบด้วยเทคนิคมอนติคาร์โล กระทำซ้ำ 1,000 รอบ ในแต่ละสถานการณ์ ซึ่งผลการวิจัยได้ข้อสรุปดังนี้ 1. ~uความน่าจะเป็นของความผิดพลาดแบบที่ 1~u วิธีการทั้ง 2 วิธีสามารควบคุมความน่าจะเป็นของความผิดพลาดแบบที่ 1 ได้ครบทุกรณี ความน่าจะเป็นของความผิดพลาดแบบที่ 1 เพิ่มขึ้นเมื่อสัมประสิทธิ์การถดถอยและขนาดตัวอย่างมีค่าเพิ่มขึ้น วิธีการทั้งสองวิธีสามารถควบคุมความน่าจะเป็นของความผิดพลาดแบบที่ 1 ได้ดีขึ้น เมื่อระดับนัยสำคัญ (+,a) มีค่าเพิ่มขึ้น 2. ~uอำนาจการทดสอบ~u ค่าอำนาจการทดสอบของวิธีการทดสอบทั้ง 2 วิธีโดยทั่วไปพบว่าวิธี JN จะให้อำนาจการทดสอบสูงกว่าวิธี HF ทั้ง 2 วิธีจะให้ค่าอำนาจการทดสอบใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อระดับความแตกต่างระหว่างอิทธิพลของสิ่งทดลอง ขนาดตัวอย่าง และระดับนัยสำคัญ มีค่าเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นค่าสัมพันธ์ของอำนาจการทดสอบของวิธี JN จะเพิ่มขึ้นเมื่อสัมประสิทธิ์การถดถอยเพิ่มขึ้น และจะมีค่าลดลงเมื่อขนาดตัวอย่าง ระดับความแตกต่างระหว่างอิทธิพลของสิ่งทดลอง และระดับนัยสำคัญเพิ่มขึ้น ทุกกรณีที่ศึกษา อำนาจการทดสอบทั้ง 2 วิธี จะแปรผันตามค่าของขนาดตัวอย่าง สัมประสิทธิ์การถดถอยระดับความแตกต่างระหว่างอิทธิพลของสิ่งทดลองและระดับนัยสำคัญ ส่วนค่าสัมพันธ์ของอำนาจการทดสอบของวิธี JN จะแปรผันตามค่าของสัมประสิทธิ์การถดถอย และจะแปรผันกับ ขนาดตัวอย่าง ระดับความแตกต่างระหว่างอิทธิพลของสิ่งทดลอง และระดับนัยสำคัญ |
| บรรณานุกรม | : |
มานะชัย รอดชื่น . (2547). การเปรียบเทียบวิธีการทดสอบการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม เมื่อสัมประสิทธิ์การถดถอยมีค่าไม่เท่ากัน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มานะชัย รอดชื่น . 2547. "การเปรียบเทียบวิธีการทดสอบการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม เมื่อสัมประสิทธิ์การถดถอยมีค่าไม่เท่ากัน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มานะชัย รอดชื่น . "การเปรียบเทียบวิธีการทดสอบการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม เมื่อสัมประสิทธิ์การถดถอยมีค่าไม่เท่ากัน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print. มานะชัย รอดชื่น . การเปรียบเทียบวิธีการทดสอบการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม เมื่อสัมประสิทธิ์การถดถอยมีค่าไม่เท่ากัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.
|
