| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบผลผลิตและการย่อยสลายของเศษซากพืช เพื่อประเมินการสะสมคาร์บอนในระบบนิเวศป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | สนธยา จำปานิล |
| คำค้น | : | ABOVEGROUND BIOMASS , LITTER PRODUCTION , LITTER DECOMPOSITION , CARBON SEQUESTRATION , KAENGKRACHAN NATIONAL PARK |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000787 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ศักยภาพการสะสมคาร์บอนในมวลชีวภาพเหนือพื้นดินของระบบนิเวศป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้งและป่าดงดิบเขาในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประเมินจากมวลชีวภาพเหนือพื้นดิน ปริมาณการเพิ่มพูนมวลชีวภาพเหนือพื้นดิน ผลผลิตและปริมาณการย่อยสลายของเศษซากพืชที่ชั้นบนผิวดินในระยะเวลา 1 ปี ด้วยวิธีการศึกษาด้านป่าไม้ได้ทำการวัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพียงอก (DBH) ของต้นไม้ที่ที DBH มากกว่า 4.5 เซนติเมตรขึ้นไป 2 ครั้ง ในช่วงเริ่มต้นและเมื่อสิ้นสุดการศึกษา ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางและความสูงของต้นไม้ (D-H relation) ในการประเมินความสูง คำนวณมวลชีวภาพเหนือพื้นดินของระบบนิเวศป่าโดยใช้สมการแอลโลเมตรี (Allometric equation) ปริมาณคาร์บอนในมวลชีวภาพเหนือพื้นดินมีค่าเป็น 0.5 เท่าของมวลชีวภาพ ผลการศึกษาจากแปลงขนาด 50x50 ตารางเมตรจำนวน 8, 4 และ 6 แปลง ในป่าเบญจพรรณ, ป่าดงดิบแล้ง และป่าดงดิบเขา ตามลำดับ พบว่าป่าดงดิบเขามีปริมาณการเก็บกักคาร์บอนในมวลชีวภาพเหนือพื้นดินสูงที่สุด 128.99(+ฑ)32.70 ตันคาร์บอนต่อเฮกแตร์ ในขณะที่ป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบแล้งมีปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในมวลชีวภาพ93.12(+,ฑ)43.10 และ 35.40(+,ฑ)5.55 ตันคาร์บอนต่อเฮกแตร์ ตามลำดับ เมื่อทำการศึกษาผลผลิตเศษซากพืช การย่อยสลายของเศษซากพืช และปริมาณการเพิ่มพูนมวลชีวภาพเหนือพื้นดินของป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้ง และป่าดงดิบเขา จากแปลงถาวรขนาด 50x50 ตารางเมตร จำนวน2 แปลง ในป่าแต่ละชนิด ศึกษาผลผลิตและการย่อยสลายของเศษซากพืชโดยวิธีการการติดตั้งเครื่องมือดักเก็บเศษซาก (Litter trap) และการวางถุงเศษซาก (Litter bag) แล้วเก็บตัวอย่างเศษซากพืชกลับมาวิเคราะห์ทุกเดือน ผลการศึกษาพบว่าป่าดงดิบเขาซึ่งมีปริมาณการย่อยสลายของเศษซากพืชที่ชั้นบนผิวดิน 4.49 และ 3.83 ตันต่อเฮกแตร์จะมีปริมาณเพิ่มพูนการสะสมคาร์บอนในผลผลิตปฐมภูมิสุทธิเหนือพื้นดิน 7.23 และ 6.65 ตันคาร์บอนต่อเฮกแตร์ ตามลำดับในขณะที่ป่าเบญจพรรณซึ่งมีปริมาณการย่อยสลายของเศษซากพืชที่ชั้นบนผิวดิน 2.76 และ2.35 ตันต่อเฮกแตร์ จะมีปริมาณเพิ่มพูนการสะสมคาร์บอนในผลผลิตปฐมภูมิสุทธิเหนือพื้นดิน7.67 และ 5.02 ตันคาร์บอนต่อเฮกแตร์ต่อปี ตามลำดับ สำหรับป่าดงดิบแล้งซึ่งมีปริมาณการย่อยสลายของเศษซากพืชที่ชั้นบนผิวดิน 7.90 และ 3.55 ตันต่อเฮกแตร์ จะมีปริมาณเพิ่มพูนการสะสมคาร์บอนในผลผลิตปฐมภูมิเหนือพื้นดิน 5.44 และ 7.31 ตันคาร์บอนต่อเฮกแตร์ต่อปีตามลำดับ ผลผลิตเศษซากพืชรวมและผลผลิตเศษซากใบมีความสัมพันธ์กันในเชิงบวก แสดงให้เห็นว่าปริมาณผลผลิตเศษซากใบเป็นตัวกำหนดปริมาณผลผลิตเศษซากพืชรวม ปริมาณเศษซากอินทรีย์ของพืชมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับปริมาณเศษซากเนื้อไม้ แต่จะมีความสัมพันธ์ในเชิงลบต่อค่าคงที่การย่อยสลายเอ็กโปแนนเชียล แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มขึ้นของเศษซากอินทรีย์ของพืชส่วนที่เป็นเนื้อไม้ทำให้อัตราการย่อยสลายลดลง ศักยภาพการสะสมคาร์บอนในรูปผลผลิตปฐมภูมิสุทธิเหนือพื้นดินของระบบนิเวศป่าธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีค่าต่ำกว่าระบบนิเวศป่าที่กำลังฟื้นสภาพ ในขณะที่ระบบนิเวศป่าที่กำลังฟื้นสภาพอาจจำเป็นต้องพึ่งพาการจัดการที่เหมาะสมเพื่อให้การฟื้นฟูสภาพป่าและการเก็บกักคาร์บอนของระบบนิเวศป่ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
สนธยา จำปานิล . (2547). การเปรียบเทียบผลผลิตและการย่อยสลายของเศษซากพืช เพื่อประเมินการสะสมคาร์บอนในระบบนิเวศป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สนธยา จำปานิล . 2547. "การเปรียบเทียบผลผลิตและการย่อยสลายของเศษซากพืช เพื่อประเมินการสะสมคาร์บอนในระบบนิเวศป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สนธยา จำปานิล . "การเปรียบเทียบผลผลิตและการย่อยสลายของเศษซากพืช เพื่อประเมินการสะสมคาร์บอนในระบบนิเวศป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print. สนธยา จำปานิล . การเปรียบเทียบผลผลิตและการย่อยสลายของเศษซากพืช เพื่อประเมินการสะสมคาร์บอนในระบบนิเวศป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.
|
