| ชื่อเรื่อง | : | การตรวจวินิจฉัยแยกชนิดเชื้อบิดในไก่ด้วยวิธี PCR-RFLP |
| นักวิจัย | : | ศิลมน ชูศักดิ์แสงทอง |
| คำค้น | : | ~iEimeria spp. , E. tenella~i CB 38 , Immucox(+,ฎ) (I) vaccine , 18S rRNA gene , PCR-RFLP |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000207 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โรคบิดในไก่ เป็นโรคโปรโตซัวมีสาเหตุมาจากเชื้อบิดในสกุล ~iEimeria~iโดยทั่วไปพื้นฐานของการตรวจแยกชนิดเชื้อบิดในไก่เป็นการแยกจากลักษณะรูปร่างของเชื้อบิดและบริเวณตำแหน่งในลำไส้ของไก่ที่ติดเชื้อบิด ซึ่งจากหลักการนี้พบว่าการตรวจแยกความแตกต่างชนิดของเชื้อบิดในบางครั้งให้ผลไม่น่าเชื่อถือ จึงได้มีการพัฒนานำวิธี PolymeraseChain Reaction-Restriction Fragment Length Polymorphisms (PCR-RFLP) มาใช้เพื่อแยกชนิดเชื้อบิดโดยเพิ่มปริมาณ DNA ตรงบริเวณ 18S ribosomal RNA gene (18S rRNA gene)ได้ผลิตภัณฑ์ PCR ขนาด 422 bp และนำผลิตภัณฑ์ PCR มาแยกชนิดเชื้อบิดด้วยเอ็นไซม์ตัดจำเพาะ ได้แก่ ~iAlu~i I, ~iHha~i I, ~iHpa~i II และ ~iHae~i III โดยความไวของวิธีPCR นั้นอยู่ที่ 0.12 โอโอซีสต์ และความไวของวิธี PCR-RFLP อยู่ที่ 8 โอโอซีสต์ และวิธีนี้ยังมีความจำเพาะต่อเชื้อบิด ~iEimeria~i มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับ DNA ที่สกัดจากปรสิตในระบบทางเดินอาหารของไก่และแพะ ได้แก่ ~iRaillietina cesticillus, R. chinobothrida,R. tetragona, Ascaridia galli, Gongylonema~i spp., ~iHeterakis gallinae, Tetrameres~i spp.และ ~iTrichostronglylus~i spp. จากการศึกษาแยกชนิดเชื้อบิด ~iE. tenella~i CB38 ประกอบด้วยเชื้อบิด 3 ชนิด คือ~iE. tenella~i มีปริมาณสัมพันธ์มากที่สุดคือ 64%, ~iE. necatrix~i 32% และ ~iE. maxima~i 4%และเชื้อบิดที่ประกอบอยู่ในวัคซีนเชื้อเป็น Immucox(+,โ)(I) มีอย่างน้อย 4 ชนิด คือ~iE. acervulina~i มีปริมาณสัมพันธ์มากที่สุดคือ 26%, ~iE. maxima~i 19%, ~iE. necatrix~i3% และ ~iE. tenella~i 3% โดยการแยกชนิดของเชื้อบิด ~iE. tenella~i CB38 ที่กระจายอยู่ตามลำไส้ส่วนต่างๆ ได้แก่ ลำไส้ส่วนต้น พบเชื้อบิด 2 ชนิดคือ ~iE. acervulina~i ปริมาณสัมพันธ์ 84% และ ~iE. tenella~i 6% ลำไส้ส่วนกลางที่ 1 พบเชื้อบิด 4 ชนิด ได้แก่~iE. necatrix~i ปริมาณสัมพันธ์ 26%, ~iE. acervulina~i 21%, ~iE. tenella~i 14% และ~iE. maxima~i 6% ลำไส้ส่วนกลางที่ 2 พบเชื้อบิด 3 ชนิดคือ ~iE. maxima~i ปริมาณสัมพันธ์69%, ~iE. necatrix~i 7% และ ~iE. tenella~i 6% ลำไส้ส่วนท้าย พบเชื้อบิดได้ 3 ชนิด คือ~iE. maxima~i ปริมาณสัมพันธ์ 73% ~iE. necatrix~i 16% และ ~iE. tenella~i 7% และไส้ตันพบเชื้อบิดได้ 3 ชนิด คือ ~iE. tenella~i ปริมาณสัมพันธ์ 52%, ~iE. necatrix 43% และ ~iE. maxima~i 4%ส่วนไก่ที่ติดเชื้อบิดจากวัคซีนเชื้อเป็น Immucox(+,โ)(I) สามารถแยกชนิดเชื้อบิดที่บริเวณลำไส้ส่วนต้นได้ 2 ชนิดคือ ~iE. acervulina~i ปริมาณสัมพันธ์ 73% และ ~iE. maxima~i 3% ลำไส้ส่วนกลางที่ 1 พบเชื้อบิด 2 ชนิด คือ~iE. maxima~i ปริมาณสัมพันธ์ 90% และ ~iE. tenella~i 6% ลำไส้ส่วนกลางที่ 2 พบเชื้อบิด 2 ชนิดคือ~iE. maxima~i ปริมาณสัมพันธ์ 94% และ ~iE. tenella~i 6% ลำไส้ส่วนท้าย พบเชื้อบิด 2 ชนิดคือ ~iE. maxima~i ปริมาณสัมพันธ์ 87% และ ~iE. tenella~i 8% และไส้ตัน พบเชื้อบิด 3 ชนิดคือ ~iE. necatrix~i ปริมาณสัมพันธ์ 45%, ~iE. tenella 40% และ ~iE. maxima~i 13% ดังนั้นวิธี PCR-RFLP สามารถใช้แยกความแตกต่างทางพันธุกรรมของเชื้อบิดในไก่ได้โดยมีความไวและความจำเพาะที่เหมาะสมในการนำมาประยุกต์ใช้ตรวจวินิจฉัยและยังสามารถยืนยันได้ว่าพบเชื้อบิด ~iE. tenella~i หรือ ~iE. maxima~i ได้ทุกบริเวณของลำไส้ไก่อีกด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
ศิลมน ชูศักดิ์แสงทอง . (2547). การตรวจวินิจฉัยแยกชนิดเชื้อบิดในไก่ด้วยวิธี PCR-RFLP.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศิลมน ชูศักดิ์แสงทอง . 2547. "การตรวจวินิจฉัยแยกชนิดเชื้อบิดในไก่ด้วยวิธี PCR-RFLP".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศิลมน ชูศักดิ์แสงทอง . "การตรวจวินิจฉัยแยกชนิดเชื้อบิดในไก่ด้วยวิธี PCR-RFLP."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print. ศิลมน ชูศักดิ์แสงทอง . การตรวจวินิจฉัยแยกชนิดเชื้อบิดในไก่ด้วยวิธี PCR-RFLP. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.
|
