| ชื่อเรื่อง | : | นิเวศวิทยาการฟื้นฟูของระบบนิเวศป่าผสมผลัดใบที่มีไม้สักในภาคเหนือของประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | พวงผกา แก้วกรม |
| คำค้น | : | RESTORATION , MIXED DECIDUOUS FOREST WITH TEAK , ECOLOGY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000807 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การลดลงของพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยเป็นปัญหาที่ได้ทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากรและความต้องการพื้นที่สำหรับทำการเกษตร และการใช้ประโยชน์จากไม้โดยเฉพาะไม้สัก ทำให้พื้นที่ป่ามีปริมาณลดลงเป็นจำนวนมากและพื้นที่ส่วนใหญ่ได้กลายเป็นพื้นที่เสื่อมโทรม ดังนั้นจึงได้มีการพัฒนาระบบหมู่บ้านป่าไม้ ซึ่งพัฒนามาจาก Taungyasystem เพื่อนำมาใช้ปรับปรุงพื้นที่เสื่อมโทรมในเขตภาคเหนือของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูที่เสื่อมโทรมให้มีลักษณะเป็นธรรมชาติหรือใกล้เคียงธรรมชาติ และอนุรักษ์ความหลายหลากทางชีวภาพ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงได้พัฒนากลยุทธ์ในการฟื้นฟูต่อเนื่องจากการพัฒนาระบบหมู่บ้านป่าไม้ จุดประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษาอิทธิพลและสาเหตุของความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืชในระบบวนเกษตรต่อชนิดและความหลากหลายของพืชที่เกิดตามธรรมชาติ ศึกษาการกระจายของเมล็ดไม้เนื้อแข็งสู่พื้นที่ทดลอง และศึกษาอิทธิพลของแปลงทดลองที่มีความหลากหลายทางวนเกษตรต่อพืชที่ปลูกเสริม โดยใช้แปลงทดลองที่ปลูกพืชต่างกัน 5 แบบ คือ 1. สัก 2. สักและมะขาม3. สักและซ้อ 4.สัก, มะขาม และซ้อ 5. สัก, มะขาม และมะม่วงหิมพานต์ ผลจากการศึกษาความแตกต่างจำนวนชนิดและความหลากหลายของพืชที่เกิดตามธรรมชาติ พบว่าแปลงปลูกป่าแบบผสมที่มี3 ชนิดคือ สัก, มะขามและมะม่วงหิมพานต์ มีความหลากหลายของชนิดของพืชที่เกิดตามธรรมชาติมากที่สุดและน้อยที่สุดในแปลงที่ปลูกสักเพียงชนิดเดียว นอกจากนี้ยังพบว่าความหนาแน่นของหญ้าคาและสาบเสือ มีค่าสูงที่สุดในแปลงปลูกสัก และน้อยที่สุดในแปลงที่ปลูกป่าแบบผสมที่มี 3 ชนิดแสดงให้เห็นว่าแปลงที่มีความหลากหลายของพืช 3 ชนิด ช่วยส่งเสริมความหลากหลายของพืชที่เกิดเองตามธรรมชาติและมีผลยับยั้งการเจริญของหญ้า ในขณะเดียวกันพืชในสังคมที่เจริญเต็มที่(climax species) สามารถเจริญได้ในแปลงทดลองที่มีความหลากหลายของชนิดสูง และมีผลต่อการนำมาใช้ในกลยุทธ์การฟื้นฟู ผลของการสำรวจการกระจายเมล็ดไม้เนื้อแข็ง พบว่าเมล็ดมีการแพร่กระจายจากป่าธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่แปลงทดลองที่มีการปลูกแบบผสมน้อยมากทั้งในด้านชนิดและจำนวน การทดสอบความมีชีวิตของเมล็ดไม้ พบว่ามากกว่าร้อยละ 65 มีอัตราการงอกของเมล็ดต่ำกว่า 50% ผลของการกระจายและอัตราการงอกที่ต่ำ แสดงให้เห็นว่าอัตราการทดแทนตามธรรมชาติเกิดได้ช้า และผลของการศึกษาอิทธิพลของแปลงทดลองที่มีการปลูกพืชที่ต่างกันทั้ง 5 แบบต่ออัตราการอยู่รอดและการเติบโตของพืชที่ปลูกเสริมในกระบวนการฟื้นฟู พบว่าพืชในสังคมที่เจริญเต็มที่มีอัตราการรอดตายสูง และมีความสามารถในการยึดครองพื้นที่และเติบโตในระยะแยกของกระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ การเพิ่มขึ้นของมวลชีวภาพของพืชที่ปลูกเสริมสูงที่สุดในแปลงทดลองการปลูกแบบผสมที่มี 2 ชนิดคือ สักและซ้อ ดังนั้นแปลงทดลองนี้จึงมีปฏิสัมพันธ์ในเชิงส่งเสริม ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของมวลชีวภาพของพืชที่ปลูกเสริมได้ดีที่สุดจากผลการทดลองสรุปได้ว่า ความสามารถในการเกิดแทนที่ตามธรรมชาติของพืช และการยับยั้งการเจริญเติบโตของหญ้าและวัชพืชจะเกิดได้ดีที่สุดในแปลงปลูกป่าแบบผสมที่มี 3 ชนิดนอกจากนี้มีการกระจายของเมล็ดไม้เนื้อแข็งเข้ามาในพื้นที่แปลงทดลองในปริมาณน้อย และผลการสำรวจปริมาณของพืชในสังคมที่เจริญเต็มที่ ที่เกิดทดแทนตามธรรมชาติมีน้อยในแปลงปลูกป่าแบบผสม ดังนั้นการปลูกเสริมด้วยพืชในสังคมที่เจริญเต็มที่ จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม และแปลงปลูกป่าแบบที่ปลูกสักและซ้อมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการส่งเสริมการเติบโตของพืชที่ปลูกเสริมและเร่งกระบวนการทดแทนตามธรรมชาติในกระบวนการฟื้นฟูระบบนิเวศ |
| บรรณานุกรม | : |
พวงผกา แก้วกรม . (2547). นิเวศวิทยาการฟื้นฟูของระบบนิเวศป่าผสมผลัดใบที่มีไม้สักในภาคเหนือของประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พวงผกา แก้วกรม . 2547. "นิเวศวิทยาการฟื้นฟูของระบบนิเวศป่าผสมผลัดใบที่มีไม้สักในภาคเหนือของประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พวงผกา แก้วกรม . "นิเวศวิทยาการฟื้นฟูของระบบนิเวศป่าผสมผลัดใบที่มีไม้สักในภาคเหนือของประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print. พวงผกา แก้วกรม . นิเวศวิทยาการฟื้นฟูของระบบนิเวศป่าผสมผลัดใบที่มีไม้สักในภาคเหนือของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.
|
