ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อปรับเปลี่ยนมโนทัศน์ด้านการเมืองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อปรับเปลี่ยนมโนทัศน์ด้านการเมืองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
นักวิจัย : วัฒนา อัคคพานิช
คำค้น : INSTRUCTIONAL MODEL , POLITICAL CONCEPTS , SECONDARY SCHOOL STUDENTS , CONSTRUCTIVISM
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000526
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน เพื่อปรับเปลี่ยนมโนทัศน์ด้านการเมืองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา เพื่อศึกษาเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยระหว่างหลังเรียนกับก่อนเรียนของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ศึกษาด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่ใช้แนวคิดคอนสตรัคติวิสม์แบบเปียเจต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ และเพื่อศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยระหว่างหลังเรียนกับก่อนเรียนของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ศึกษาด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่ใช้แนวคิดคอนสตรัคติวิสม์แบบเปียเจต์ กับความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยระหว่างหลังเรียนกับก่อนเรียนของนักเรียนกลุ่มควบคุมที่ศึกษาด้วยรูปแบบการเรียการสอนที่ไม่ใช้แนวคิดคอนสตรัคติวิสม์แบบเปียเจต์ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนี้ประกอบด้วย นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัยจ.นครปฐม ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 74 คน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 37 คนและกลุ่มควบคุม จำนวน 37 คน ก่อนการทดลองนักเรียนทั้งสองกลุ่มได้รับทดสอบความรู้ความเข้าใจทางการเมือง วัดเจตคติทางการเมือง และวัดพฤติกรรมทางการเมือง นักเรียนกลุ่มทดลองเรียนรายวิชาสาระเพิ่ม ส 043 การปกครองของไทยตามรูปแบบการเรียนการสอนที่ใช้แนวคิดคอนสตรัคติวิสม์แบบเปียเจต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ส่วนนักเรียนกลุ่มควบคุมเรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่ไม่ใช้แนวคิดคอนสตรัคติวิสม์แบบเปียเจต์ โดยใช้แผนการเรียนการสอน 7 แผน แผนละ 4 คาบเรียน แล้วทดสอบหลังเรียนอีกครั้ง ในการวิจัยครั้งนี้ รูปแบบการเรียนการสอนที่ใช้แนวคิดคอนสตรัคติวิสม์แบบเปียเจต์ที่พัฒนาขึ้นมานี้ ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ดังนี้คือ 1) การดทสอบก่อนเรียนและการสรุปผลเป็นมโนทัศน์ด้านการเมือง และมโนทัศน์ด้านการเมืองที่คลาดเคลื่อน 2) การแจ้งผลสรุปให้นักเรียนทราบ 3) การเรียนรู้มโนทัศน์ด้านการเมืองใหม่ 4) การจัดกระทำให้นักเรียนเกิดภาวะอสมดุลทางปัญญา อันนำไปสู่การปรับเปลี่ยนทางปัญญาในสองลักษณะคือการดูดกลืนเข้าสู่โครงสร้างทางปัญญา และการปรับโครงสร้างทางปัญญา 5) การสรุปผังมโนทัศน์ใหม่ และ 6) การทดสอบหลังเรียน ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนเฉลี่ยระหว่างหลังเรียนกับก่อนเรียนของนักเรียนในกลุ่มทดลอง ในด้านความรู้ความเข้าใจรวม ด้านความรู้ความเข้าใจเฉพาะที่ต้องปรับโครงสร้างทางปัญญาด้านความรู้ความเข้าใจเฉพาะที่ต้องดูดกลืนเข้าสู่โครงสร้างทางปัญญา ด้านเจตคติรวมด้านเจตคติเฉพาะที่ต้องดูดกลืนเข้าสู่โครงสร้างทางปัญญา และด้านพฤติกรรมทางการเมืองมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่คะแนนเฉลี่ยระหว่างหลังเรียนกับก่อนเรียนของนักเรียนในกลุ่มทดลองในด้านเจตคติเฉพาะที่ต้องปรับโครงสร้างทางปัญญาไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) คะแนนเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นของนักเรียนในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ในด้านความรู้ความเข้าใจเฉพาะที่ต้องปรับโครงสร้างทางปัญญา ด้านเจตคติรวม และด้านเจตคติที่ต้องดูดกลืนเข้าสู่โครงสร้างทางปัญญา มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่คะแนนเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นของนักเรียนในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมในด้านความรู้ความเข้าใจรวม ด้านความรู้ความเข้าใจเฉพาะที่ต้องดูดกลืนเข้าสู่โครงสร้างทางปัญญา ด้านเจตคติเฉพาะที่ต้องปรับโครงสร้างทางปัญญาและด้านพฤติกรรมทางการเมืองไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

บรรณานุกรม :
วัฒนา อัคคพานิช . (2546). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อปรับเปลี่ยนมโนทัศน์ด้านการเมืองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วัฒนา อัคคพานิช . 2546. "การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อปรับเปลี่ยนมโนทัศน์ด้านการเมืองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วัฒนา อัคคพานิช . "การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อปรับเปลี่ยนมโนทัศน์ด้านการเมืองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
วัฒนา อัคคพานิช . การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อปรับเปลี่ยนมโนทัศน์ด้านการเมืองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.