| ชื่อเรื่อง | : | การใช้การทดสอบเสาเข็มแบบสองทิศทางกับเสาเข็มเจาะในดินกรุงเทพฯ |
| นักวิจัย | : | สาคเรศ นาคะ |
| คำค้น | : | PILE TESTING , BORED PILE , BI-DIRECTIONAL TEST |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000022 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ปัจจุบันได้มีการนำวิธีการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มเจาะโดยวิธีBi-Directional Static Load Test มาทดสอบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย การทดสอบนี้สามารถแยกค่าแรงเสียดทานรอบผิวเสาเข็ม (Skin Friction) กับแรงต้านทานที่ปลายเสาเข็ม(End Bearing Resistance) ออกจากกันได้โดยตรงเนื่องจากมีการติดตั้ง Load Cellภายในเสาเข็มบริเวณปลายและกลางเสาเข็ม การทดสอบ Bi-Directional Static Load Testจะมีแรงกระทำ 2 ทิศทางคือกดลงและดันขึ้น ซึ่งต่างจากการทดสอบโดยวิธี ConventionalStatic Load Test ที่ทดสอบกำลังรับน้ำหนักบรรทุกเสาเข็มโดยกดน้ำหนักลงด้านเดียวจากความแตกต่างกันของวิธีการทดสอบดังกล่าว งานวิจัยนี้จึงเน้นการวิเคราะห์และศึกษาพฤติกรรมของเสาเข็มเจาะที่ทำการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกโดยวิธี Bi-DirectionalStatic Load Test เพื่อพารามิเตอร์ที่เหมาะสมและเปรียบเทียบกับผลการทดสอบแบบConventional Static Load Test งานวิจัยนี้ได้รวบรวมผลการทดสอบกำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มเจาะที่มีการติดตั้งเครื่องมือวัด (Geotechnical Instrumentation) และทดสอบโดยวิธีBi-Directional Static Load Test ในชั้นดินกรุงเทพฯ จำนวน 2 ต้นและได้ทำการวิเคราะห์ผลเปรียบเทียบกับผลการทดสอบกำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มเจาะที่ติดตั้งเครื่องมือวัดซึ่งทดสอบโดยวิธี Conventional Static Load Test จำนวน 5 ต้นในโครงการเดียวกัน ผลการวิจัยพบว่า ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Adhesion Factor,(+,a)) จากการทดสอบด้วยวิธี Bi-Directional Static Load Test จะต่ำกว่าค่า (+,a)จากการทดสอบด้วยวิธี Conventional Static Load Test และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการศึกษาที่ผ่านมาของชาญชัย (2542), สุวรรณ (2531), NG (1983) และ Pimpasugdi (1989)ก็มีค่าอยู่ในช่วงใกล้เคียงกันเฉพาะในชั้นดินเหนียวแข็งเท่านั้น ในขณะที่ชั้นดินอ่อนจะมีค่าสูงกว่ามาก สำหรับค่า Friction Factor ((+,b)) จากการทดสอบ Bi-DirectionalStatic Load Test มีค่าสูงกว่าค่า (+,b) จากการทดสอบ Conventional Static LoadTest เมื่อพิจารณาผลของการใช้สารละลายรักษาเสถียรภาพหลุมเจาะพบว่า ค่า (+,b)จากการใช้สารละลาย Polymer มีแนวโน้มสูงกว่าค่า (+,b) จากการใช้สารละลาย Bentoniteซึ่งในส่วนของแรงต้านทานที่ปลายเข็มพบว่า ค่า Mobilized N(,q) จากการทดสอบBi-Directional Static Load Test มีค่าสูงกว่าค่า Mobilized N(,q) จากการทดสอบConventional Static Load Test ประมาณ 7 เท่า |
| บรรณานุกรม | : |
สาคเรศ นาคะ . (2546). การใช้การทดสอบเสาเข็มแบบสองทิศทางกับเสาเข็มเจาะในดินกรุงเทพฯ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สาคเรศ นาคะ . 2546. "การใช้การทดสอบเสาเข็มแบบสองทิศทางกับเสาเข็มเจาะในดินกรุงเทพฯ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สาคเรศ นาคะ . "การใช้การทดสอบเสาเข็มแบบสองทิศทางกับเสาเข็มเจาะในดินกรุงเทพฯ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. สาคเรศ นาคะ . การใช้การทดสอบเสาเข็มแบบสองทิศทางกับเสาเข็มเจาะในดินกรุงเทพฯ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
