ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พฤติกรรมของเสาเข็มแบเร็ตและเสาเข็มเจาะที่ติดเครื่องมือวัดในชั้นดินกรุงเทพฯ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พฤติกรรมของเสาเข็มแบเร็ตและเสาเข็มเจาะที่ติดเครื่องมือวัดในชั้นดินกรุงเทพฯ
นักวิจัย : ชาญชัย ทรัพย์มณีวงศ์
คำค้น : GEOTECHNICAL INSTRUMENTATION , BARRETTE , BORED PILE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542000790
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ปัจจุบันได้มีการนำเสาเข็มแบเร็ต (Barrette Pile) มาใช้แทนเสาเข็มเจาะ(Bored Pile) ขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถใช้กำลังรับน้ำหนักบรรทุกได้สูงขึ้นและรับแรงด้านข้างได้มากขึ้นอันจะทำให้สามารถลดจำนวนเสาเข็มและลดพื้นที่ก่อสร้างซึ่งจะช่วยลดการทรุดตัวที่น้ำหนักบรรทุกใช้งานและง่ายต่อการจัดวางรูปแบบฐานราก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณพื้นที่จำกัดเนื่องจากความแตกต่างกันในลักษณะรูปร่างของเสาเข็มเจาะและเสาเข็มแบเร็ตและเครื่องมือที่ใช้เจาะเสาเข็มตลอดจนเวลาที่ใช้ในการก่อสร้างเสาเข็มต่างกันมาก ดังนั้นในการวิเคราะห์และออกแบบเสาเข็มแบเร็ตจึงอาจจะไม่สามารถใช้ค่าพารามิเตอร์ในการออกแบบบางตัวร่วมกับเสาเข็มเจาะได้ งานวิจัยนี้ได้รวบรวมผลการทดสอบกำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มแบเร็ตที่มีการติดตั้งเครื่องมือวัด (Geotechnical Instrumentation) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ในโครงการ BECM Towerบริเวณ ถ.พระราม 9 และโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRTA) บริเวณสถานีบางซื่อและสถานีเทียนร่วมมิตรและได้ทำการวิเคราะห์ผลเปรียบเทียบกับผลการทดสอบกำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มเจาะที่ติดตั้งเครื่องมือวัดที่มีสภาวะปลายเข็มเดียวกัน ผลการวิจัยพบว่าค่าแรงเสียดทาน Adhesion Factor(+,a) ในชั้นดินเหนียวและค่า Friction Factor (+,b) ในชั้นทราย สำหรับเสาเข็มแบเร็ตอยู่ในแนวโน้มใกล้เคียงกับค่าสำหรับเสาเข็มเจาะแต่ในส่วนค่าแรงต้านที่ปลายเสาเข็ม พบว่าค่า BearingCapacity Factor N(,q) สำหรับเสาเข็มแบเร็ตมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าสำหรับเสาเข็มเจาะมาก ทั้งนี้เนื่องจากผลของวิธีการก่อสร้างเสาเข็มแบเร็ต นอกจากนี้ยังพบว่าผลกระทบของมิติด้านสั้นและด้านยาวของเสาเข็มแบเร็ต (เฉพาะกรณีอัตราส่วนด้านยาวต่อด้านสั้นน้อยกว่าสอง) ไม่มีผลต่อแรงเสียดทานของเสาเข็มเช่นกันสำหรับเสาเข็มแบเร็ตและเสาเข็มเจาะที่มีปลายอยู่ในชั้นทรายชั้นที่สอง ผลวิจัยพบว่าการอัดฉีดน้ำปูนที่ปลายเสาเข็มจะช่วยเพิ่มค่า Friction Factor (+,b) และค่า Bearing Capacity Factor N(,q)ในชั้นทราย ผลวิเคราะห์ค่าโมดูลัสระหว่างเสาเข็มกับดิน (E(,s)) ตามทฤษฎีของ Poulos & Davis (1980)พบว่าค่า(E(,s)) สำหรับเสาเข็มแบเร็ตสูงกว่าค่า (E(,s)) สำหรับเสาเข็มเจาะเนื่องจากผลของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเทียบเท่าที่มากกว่าและเมื่อทำการเปรียบเทียบระหว่างค่า (E(,s)) สำหรับเสาเข็มที่มีการอัดฉีดน้ำปูนที่ปลายเสาเข็มกับเสาเข็มที่ไม่มีการอัดฉีดน้ำปูนที่ปลายเสาเข็ม พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างค่า (E(,s)) กับค่ากำลังรับน้ำหนักบรรทุกใช้งานสำหรับเสาเข็มแบเร็ตและเสาเข็มเจาะที่มีการอัดฉีดน้ำปูนที่ปลายเสาเข็มมีค่าใกล้เคียงกับเสาเข็มแบเร็ตและเสาเข็มเจาะที่ไม่ได้มีการอัดฉีดน้ำปูนที่ปลายเสาเข็ม การวิเคราะห์ข้อมูลในงานวิจัยนี้เสาเข็มแบเร็ตและเสาเข็มเจาะมีการติดเครื่องมือวัดประเภทVibrating Wire Strain Gauge (VWSG) เพื่อวิเคราะห์หาค่าหน่วยแรงเสียดทานด้านข้าง (f(,s))และหน่วยแรงต้านทานที่ปลายเสาเข็ม (q(,E)) โดยมีจำนวนเสาเข็มแบเร็ตทั้งหมด 4 ต้น และเสาเข็มเจาะทั้งหมด 26 ต้น

บรรณานุกรม :
ชาญชัย ทรัพย์มณีวงศ์ . (2542). พฤติกรรมของเสาเข็มแบเร็ตและเสาเข็มเจาะที่ติดเครื่องมือวัดในชั้นดินกรุงเทพฯ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชาญชัย ทรัพย์มณีวงศ์ . 2542. "พฤติกรรมของเสาเข็มแบเร็ตและเสาเข็มเจาะที่ติดเครื่องมือวัดในชั้นดินกรุงเทพฯ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชาญชัย ทรัพย์มณีวงศ์ . "พฤติกรรมของเสาเข็มแบเร็ตและเสาเข็มเจาะที่ติดเครื่องมือวัดในชั้นดินกรุงเทพฯ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
ชาญชัย ทรัพย์มณีวงศ์ . พฤติกรรมของเสาเข็มแบเร็ตและเสาเข็มเจาะที่ติดเครื่องมือวัดในชั้นดินกรุงเทพฯ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.