ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การทรุดตัวของฐานรากเสาเข็มแผ่กรณีฐานรากรับน้ำหนักไม่เพียงพอ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การทรุดตัวของฐานรากเสาเข็มแผ่กรณีฐานรากรับน้ำหนักไม่เพียงพอ
นักวิจัย : นรากร แซ่เล่า
คำค้น : CUT AND COVER TUNNEL , FOUNDATION , PILE RAFT , SETTLEMENT
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000006
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยฉบับนี้ทำการศึกษาพฤติกรรม และการประมาณค่าการทรุดตัวของอุโมงค์ที่ก่อสร้างด้วยวิธีการถมกลับ (Cut and Cover Tunnel) จากการก่อสร้างอุโมงค์ที่อยู่บนฐานรากเสาเข็มแผ่ (Pile Raft Foundation) โดยเปรียบเทียบกับข้อมูลการวัดการทรุดตัวจากการก่อสร้างจริง ที่มีระดับปลายเสาเข็มอยู่ในชั้นดินเหนียวแข็งที่ระดับ-17.40 m. จากระดับผิวดิน และมีความลึกในการขุดตั้งแต่ -0.40 ถึง -10.20 m. จำนวน6 ตำแหน่งคือ SP-02, SP-03, SP-05, SP-07, SP-10 และ SP-12 นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษาในส่วนของเสถียรภาพระบบกำแพงกับดินชนิดเข็มพืด, กำลังของเสาเข็ม และกำลังของดินที่อยู่ใต้ฐาน เพื่อวิเคราะห์หาค่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสมในการประมาณค่าการทรุดตัว และผลกระทบที่เกิดขึ้น การวิจัยครั้งนี้ได้เลือกใช้วิธีการวิเคราะห์เสถียรภาพของ Terzaghi (1943)เพื่อวิเคราะห์เสถียรภาพของระบบกำแพงกันดินชนิดเข็มพืด และใช้วิธี Static Methodเพื่อวิเคราะห์กำลังรับน้ำหนักบรรทุกเสาเข็ม กำลังรับน้ำหนักประลัยของดินได้ใช้Classical Failure Theory เสนอโดย Terzaghi (1943) การประมาณค่าการทรุดตัวได้ทำการประเมินโดยวิธีไฟไนท์อิลิเมนท์ (FEM) และใช้โมเดลพฤติกรรมของดินชนิด Mohr - Coulomb. ผลการวิจัยพบว่า งานขุดที่ใช้ระบบกำแพงกันดินชนิดเข็มพืดมีเสถียรภาพเพียงพอที่จะป้องกันการปูดขึ้นของดินก้นหลุม (heave) ได้ ในส่วนของระบบฐานรากเสาเข็มแผ่พบว่า เสาเข็มทุกต้นรับน้ำหนักเกินกำลังประลัย และทำให้ดินเหนียวอ่อนที่อยู่ใต้ฐานต้องรับแรงแบกทานมากเกินไป จึงทำให้ระบบฐานรากเสาเข็มแผ่ในตำแหน่ง SP-02, SP-03และ SP-07 เกิดการวิบัติแบบ Bearing Foundation Failure ส่วนในตำแหน่ง SP-05,SP-10 และ SP-12 ซึ่งเสาเข็มทุกต้นรับน้ำหนักเกินกำลังประลัย ในขณะที่ดินอ่อนใต้ฐานสามารถแบกทานน้ำหนักได้จึงทำให้ระบบฐานรากเสาเข็มแผ่เกิดการวิบัติแบบ Pile FoundationFailure จากพฤติกรรมดังกล่าวพบว่าอุโมงค์ Cut and Cover แห่งนี้ได้ใช้จำนวนและความยาวของเสาเข็มรับน้ำหนักไม่เพียงพอกับสภาพการน้ำหนักที่เกิดขึ้นจริง การวิเคราะห์การทรุดตัวของอุโมงค์ Cut and Cover ด้วยวิธีไฟไนท์อิลิเมนท์พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง E(,U)/S(,U) ที่เหมาะสม และให้ผลใกล้เคียงกับผลการตรวจวัดจริงในสนามคือ E(,U)/S(,U) (,Soft Clay) (+,ป) 100 - 120 E(,U)/S(,U) (,Medium Clay)(+,ป) 200 และ E(,U)/S(,U) (,Stiff Clay) (+,ป) 350

บรรณานุกรม :
นรากร แซ่เล่า . (2546). การทรุดตัวของฐานรากเสาเข็มแผ่กรณีฐานรากรับน้ำหนักไม่เพียงพอ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นรากร แซ่เล่า . 2546. "การทรุดตัวของฐานรากเสาเข็มแผ่กรณีฐานรากรับน้ำหนักไม่เพียงพอ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นรากร แซ่เล่า . "การทรุดตัวของฐานรากเสาเข็มแผ่กรณีฐานรากรับน้ำหนักไม่เพียงพอ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
นรากร แซ่เล่า . การทรุดตัวของฐานรากเสาเข็มแผ่กรณีฐานรากรับน้ำหนักไม่เพียงพอ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.