| ชื่อเรื่อง | : | การสื่อความหมาย การสร้างอารมณ์ขัน และสัมพันธบทในการ์ตูนระกากับราณี |
| นักวิจัย | : | พุทธชาด สุขรอด |
| คำค้น | : | SIGNIFICATION , HUMOUR CONSTRUCTION , INTERTEXTUALITY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545001561 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเอกสารหลักที่ศึกษาคือการ์ตูนการเมือง?ระกากับราณี? ซึ่งตีพิมพ์ลงในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ วัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อศึกษากลวิธีการสื่อความหมาย ค้นหากลวิธีการสร้างอารมณ์ขัน และศึกษาสัมพันธบทระหว่างการ์ตูนการเมืองระกากับราณีและแบบเรียนเร็วใหม่ เล่ม 1 ตอนต้น ผลการวิจัยสรุปได้ว่า (1) การ์ตูนการเมืองระกากับราณีประกอบด้วยแก่นเรื่องแสดงทัศนะเกี่ยวกับสังคมมากที่สุด โดยภาษาที่ใช้เป็นภาษาในลักษณะไม่เป็นทางการ ใช้สื่อสารทั่วไปในชีวิตประจำวัน (2) ในเชิงสัญญวิทยาพบการใช้ทั้ง Metaphor และ Metonymyรวมทั้งปรากฏรหัสทางสังคมประเภท Games มากที่สุด (3) ในเชิงสัญญศาสตร์วรรณกรรมพบประพันธกรรมในลักษณะการล้อเลียนแฝงความตลกขบขันมากที่สุด และประกอบด้วยความหมายแฝงที่อิงอยู่กับรหัสสัญลักษณ์มากที่สุด (4) ในเชิงโครงสร้างนิยม สามารถแบ่งโครงสร้างที่พบได้เป็น 3 แบบคือ การตั้งคำถามเพื่อใช้คำถามเป็นเครื่องแสดงสภาวการณ์ของสังคม การตั้งคำถามเพื่อใช้คำตอบเป็นเครื่องแสดงสภาวการณ์ของสังคม และการใช้คำอธิบายเป็นเครื่องแสดงสภาวการณ์ของสังคม (5) ในส่วนของกฏเกณฑ์พบกฏเกณฑ์ทั้งหมด4 ข้อคือ เด็กไม่มีความผิดเสมอ นักการเมืองเป็นคนไม่ดีเสมอ ใช้หางดาบซึ่งเป็นสุนัขที่มีความคิดและสามารถพูดได้เหมือนมนุษย์เป็นสื่อกลางเมื่อต้องการแสดงความคิดเห็นรุนแรงและสุดท้ายคือ ประเด็นปัญหาหรือความขัดแย้งใดๆ ก็ตามที่ปรากฏในการ์ตูน จะไม่มีการเปิดเผยโดยตรงว่าใครเป็นต้นเหตุ ในส่วนของการสร้างอารมณ์ขัน พบการเล่นตลกกับเรื่องในชีวิตประจำวันมากที่สุดและสามารถแบ่งกลวิธีการสร้างอารมณ์ขันออกได้เป็น 10 กลวิธี โดยกลวิธีที่พบมากที่สุดคือการแสดงความจริงในอีกแง่มุมหนึ่งที่มักถูกมองข้ามหรือซ่อนเร้นอยู่ออกมา ในส่วนของสัมพันธบทสามารถแบ่งได้เป็น 8 ข้อคือ (1) การ์ตูนได้พลิกประเด็นจากในแบบเรียนที่มุ่งสอนเด็กไปสู่การมุ่งสอนผู้ใหญ่ (2) การ์ตูนได้สลายลักษณะ "อุดมคติ" ของผู้ใหญ่ในแบบเรียน (3) ความถูกต้องในสังคมได้พลิกกลับจากผู้ใหญ่ในแบบเรียน ไปสู่เด็กในการ์ตูน(4) การ์ตูนได้แสดงค่านิยมที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับรางวัลที่เด็กจะได้รับเมื่อประพฤติดี(5) การ์ตูนได้สลายอุดมคติ "ครอบครัวสุขสันต์" ที่ปรากฏในแบบเรียน (6) ลักษณะอุดมคติของสังคมในแบบเรียน ได้พลิกกลับจากแง่บวกกลายเป็นแง่ลบในการ์ตูน(7) การ์ตูนได้สลายอุดมคติ "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" ที่ฝังอยู่ในแบบเรียน(8) การ์ตูนได้พลิกกลับลักษณะการหวนหาอดีตที่ปรากฎในแบบเรียน |
| บรรณานุกรม | : |
พุทธชาด สุขรอด . (2545). การสื่อความหมาย การสร้างอารมณ์ขัน และสัมพันธบทในการ์ตูนระกากับราณี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พุทธชาด สุขรอด . 2545. "การสื่อความหมาย การสร้างอารมณ์ขัน และสัมพันธบทในการ์ตูนระกากับราณี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พุทธชาด สุขรอด . "การสื่อความหมาย การสร้างอารมณ์ขัน และสัมพันธบทในการ์ตูนระกากับราณี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. พุทธชาด สุขรอด . การสื่อความหมาย การสร้างอารมณ์ขัน และสัมพันธบทในการ์ตูนระกากับราณี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
