| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเปรียบเทียบการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฎอาการและระยะที่ปรากฏอาการ |
| นักวิจัย | : | อรุณ แก้วเกตุ |
| คำค้น | : | HIV , SEVERITY OF ILLNESS , STIGMATIZATION , UNCERTAINTY , ADAPTATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545001130 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงเปรียบเทียบโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความรุนแรงของความเจ็บป่วย การรับรู้ที่เป็นตราบาป ความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย และการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการและระยะที่ปรากฏอาการ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของความเจ็บป่วย การรับรู้ที่เป็นตราบาป ความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย กับการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการและระยะที่ปรากฏอาการ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มารับการรักษา ณ สถาบันบำราศนราดูร จำนวน 180 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบวัดการรับรู้ที่เป็นตราบาปแบบวัดความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย และแบบวัดการปรับตัว โดยผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และมีค่าความเที่ยงเท่ากับ .82 .88 .81 และ.86 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติทดสอบค่าทีของกลุ่มตัวอย่างที่เป็นอิสระต่อกัน ใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบเพิ่มขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1. การปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการ ((-,X)=2.42)และระยะที่ปรากฏอาการ ((-,X)=2.11) อยู่ในระดับปานกลาง 2. ความรุนแรงของความเจ็บป่วย การรับรู้ที่เป็นตราบาป ความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย และการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการและระยะที่ปรากฏอาการมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. การรับรู้ที่เป็นตราบาป และความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วยมีความสัมพันธ์ทางลบกับการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฏอาการ (r=-.402, -.509ตามลำดัย) และในระยะที่ปรากฏอาการ (r= -.276, -.402 ตามลำดับ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย สามารถพยากรณ์การปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีอำนาจในการพยากรณ์การปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะไม่ปรากฏอาการได้ร้อยละ 25.90 และมีอำนาจในการพยากรณ์การปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ปรากฏอาการได้ร้อยละ 16.20 โดยมีสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐานได้ดังนี้ การปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะไม่ปรากฏอาการ = -.509 (ความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย) การปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะปรากฏอาการ = -.402 (ความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย) |
| บรรณานุกรม | : |
อรุณ แก้วเกตุ . (2545). การศึกษาเปรียบเทียบการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฎอาการและระยะที่ปรากฏอาการ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรุณ แก้วเกตุ . 2545. "การศึกษาเปรียบเทียบการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฎอาการและระยะที่ปรากฏอาการ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรุณ แก้วเกตุ . "การศึกษาเปรียบเทียบการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฎอาการและระยะที่ปรากฏอาการ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. อรุณ แก้วเกตุ . การศึกษาเปรียบเทียบการปรับตัวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ไม่ปรากฎอาการและระยะที่ปรากฏอาการ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
