| ชื่อเรื่อง | : | ผลกระทบของการใช้ที่ดินต่อความรุนแรงของอุทกภัยในลุ่มน้ำจันทบุรีระหว่างปี พ.ศ.2530-2543 |
| นักวิจัย | : | มิ่งขวัญ อินทรกำแหง |
| คำค้น | : | FLOOD , CHANTHABURI RIVER BASIN , IMPACT OF LAND USE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545001376 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาปัญหาการเกิดอุทกภัยในจังหวัดจันทบุรีครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือศึกษาการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินในลุ่มน้ำจันทบุรีที่มีผลให้เกิดอุทกภัยรุนแรงมากขึ้น และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำผิวดิน และขีดความสามารถของระบบระบายน้ำ โดยมีแนวเหตุผลว่า กิจกรรมของมนุษย์โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินการตัดไม้ทำลายป่า การขยายพื้นที่เพื่อการเพาะปลูก รวมทั้งการพัฒนาสาธารณูปโภคต่างๆของมนุษย์มีผลต่อความรุนแรงของอุทกภัยในลุ่มน้ำจันทบุรี ในการศึกษานี้ จะแปลและวิเคราะห์ภาพจากดาวเทียม เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินระหว่างปี พ.ศ.2530-2543 และใช้โปรแกรม HEC-1 Version 4.1 ในการจำลองปริมาณการไหลของน้ำโดยมีสมมุติฐานว่า ความรุนแรงของอุทกภัยในลุ่มน้ำจันทบุรีน่าจะมีสาเหตุมาจากการใช้ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำ ผลการศึกษา พบว่า พ.ศ.2530 การใช้ที่ดินส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าไม้ ส่วนพื้นที่ชุมชนมีกระจัดกระจายเป็นกลุ่มเล็กๆ ทางตอนบนของลุ่มน้ำเท่านั้นพ.ศ.2538 พบว่า พื้นที่เกษตรกรรม และป่าไม้ได้ลดลงเล็กน้อย ส่วนพื้นที่ชุมชน มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยประชาชนนิยมตั้งบ้านเรือนอยู่ในบริเวณตัวอำเภอเมือง บริเวณเทศบาลเมืองจันทบุรี ในปัจจุบัน แต่ใน พ.ศ.2543 พบว่า พื้นที่เกษตรกรรมลดจำนวนลง แต่พื้นที่ชุมชนและป่าไม้ มีจำนวนเพิ่มขึ้น ผลการศึกษาด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป HEC-1 เพื่อประเมินปริมาณน้ำท่าสูงสุดที่ไหลเข้าตัวลุ่มน้ำจันทบุรี พบว่า การใช้ที่ดินตามสมมุติฐานของการวิจัยคือ การเพิ่มขึ้นของพื้นที่ชุมชน การลดลงของพื้นที่ป่าไม้ และการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เกษตร ไม่มีผลทำให้เกิดน้ำท่าสูงสุดในลุ่มน้ำเพิ่มขึ้น ผลการศึกษาข้อมูลระดับน้ำกับช่วงเวลาที่สถานี Z.13 สถานี Z.14 และสถานี Z.12โดยการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำและปริมาณการไหลของน้ำ (Stage-DischargeRelations) พบว่า ปริมาณน้ำสูงสุดที่ระดับวิกฤตที่สถานี Z.13 สถานี Z.14 และสถานี Z.12ใน พ.ศ.2538 และ พ.ศ.2543 พบว่า ปริมาณน้ำที่ไหลมีแนวโน้มลดลง จากผลการศึกษาและแนวความคิดในการประเมินอุทกภัยด้วยวิธีเรชันนอลฟอร์มูลา(Rational formula) แสดงให้เห็นว่า ผลที่ได้จากการศึกษาความความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำผิวดิน และขีดความสามารถของระบบระบายน้ำ สอดคล้องและสนับสนุนผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ในการวิจัยข้อที่ 1 คือ การใช้ที่ดินในลุ่มน้ำจันทบุรีไม่ได้ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำท่าในลุ่มน้ำเพิ่มขึ้น จึงไม่มีผลต่อความรุนแรงของอุทกภัยในลุ่มน้ำจันทบุรี |
| บรรณานุกรม | : |
มิ่งขวัญ อินทรกำแหง . (2545). ผลกระทบของการใช้ที่ดินต่อความรุนแรงของอุทกภัยในลุ่มน้ำจันทบุรีระหว่างปี พ.ศ.2530-2543.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มิ่งขวัญ อินทรกำแหง . 2545. "ผลกระทบของการใช้ที่ดินต่อความรุนแรงของอุทกภัยในลุ่มน้ำจันทบุรีระหว่างปี พ.ศ.2530-2543".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มิ่งขวัญ อินทรกำแหง . "ผลกระทบของการใช้ที่ดินต่อความรุนแรงของอุทกภัยในลุ่มน้ำจันทบุรีระหว่างปี พ.ศ.2530-2543."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. มิ่งขวัญ อินทรกำแหง . ผลกระทบของการใช้ที่ดินต่อความรุนแรงของอุทกภัยในลุ่มน้ำจันทบุรีระหว่างปี พ.ศ.2530-2543. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
