| ชื่อเรื่อง | : | การเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงสถาปัตยกรรมภายในอาคารที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ 5 กรณีศึกษา : อาคารศุลกสถาน |
| นักวิจัย | : | บุญเสริม เปรมธาดา |
| คำค้น | : | INTERIOR ARCHITECTURE , RENOVATION , FACADISM , BOUTIQUE HOTEL |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000407 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยเรื่องนี้เป็นการศึกษาในเชิงการอนุรักษ์และการพัฒนาโบราณสถานทางกายภาพอาคารที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 การศึกษานี้เป็นการศึกษาในเชิงลึกโดยเลือกกรณีศึกษาอาคารศุลกสถาน ซึ่งเป็นอาคารที่ยังไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นตัวอย่างในการเสนอแนะเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาโบราณสถานหลังนี้และหลังอื่นๆ ในประเภทเดียวกันโดยตั้งสมมุติฐานไว้ 3 ประการคือ 1) ในเชิงทฤษฎีและแนวความคิดการปรับปรุงอาคารของตะวันตกนั้นสามารถนำมาใช้ได้กับการปรับปรุงอาคารที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 2) การปรับปรุงอาคารในสมัยรัชกาลที่ 5 ในภาคปฏิบัตินั้นไม่สามารถนำเทคนิควิธีการของตะวันตกมาใช้ได้ทั้งหมด 3) การใช้ทฤษฎีการอนุรักษ์กรอบอาคาร (Faade' retention of facadism)และทฤษฎีการแปลความหมาย (Interpretation) มีความเป็นไปได้ และเหมาะสมกับอาคารศุลกสถาน โดยทำการศึกษาถึงทฤษฎีและแนวความคิดในการปรับปรุงอาคาร ตัวอย่างการปรับปรุงอาคารในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ผ่านมาและในต่างประเทศ รูปแบบโครงสร้างและวัสดุก่อสร้าง สภาพอาคารในปัจจุบันและแนวทางการปรับปรุงอาคารหลังนี้ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันตลอดจนเงื่อนไขต่างๆ ในการปรับปรุง มาทำการวิเคราะห์เพื่อหาข้อสรุป และนำไปทำการทดลองออกแบบปรับปรุงอาคารศุลกสถาน ผลการวิจัยพบว่า ในแง่ของกายภาพแล้วอาคารศุลกสถาน มีความเหมาะสมในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นโรงแรมมูติก (Boutique hotel) ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงพื้นที่ภายในอาคารเพื่อรองรับการใช้งานควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ผนังรอบนอกไว้ให้ใกล้เคียงกับของเดิมทุกประการส่วนในแง่ของคุณค่าของอาคารนั้นพบว่า อาคารศุลกสถานมีคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์และคุณค่าการใช้งานที่เท่ากัน ในแง่ของการพัฒนาโบราณสถานให้มีการใช้งานได้สูงสุดไม่จัดว่าเป็นการทำลายโบราณสถาน ในทางตรงกันข้ามกลับทำโบราณนั้นมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น ผลการพิสูจน์สมมุติฐานข้อที่ 1 พบว่ามีความเหมาะสมที่จะนำทฤษฎีมาประยุกต์ใช้โดยทฤษฎีและแนวคิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่ใช้กับอาคารศุลกสถานได้แก่ ทฤษฎีการอนุรักษ์(conservation) ทฤษฎีการบูรณะ (restoration) ทฤษฎีการอนุรักษ์กรอบอาคาร (Facade'retention or facadism) และทฤษฎีการต่อเติม (addition) ผลการพิสูจน์สมมุติฐานข้อที่ 2 พบว่า มีความเป็นไปได้ ซึ่งเทคนิคที่สามารถนำมาใช้กับอาคารในประเทศไทยนั้นส่วนใหญ่จะเป็นงานที่ใช้ฝีมือและความชำนาญโดยใช้วัสดุที่มีในประเทศ ส่วนเทคนิคที่ไม่เหมาะสมกับการนำมาใช้กับอาคารในประเทศไทย มักเป็นงานที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงหรือเครื่องมือขนาดใหญ่เนื่องจากอาคารที่สร้างในสมัยนี้นั้นมีขนาดเล็กกว่าอาคารในต่างประเทศมาก อีกทั้งยังต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูงซึ่งไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ผลการพิสูจน์สมมุติฐานข้อที่ 3 พบว่า มีความเป็นไปได้ เนื่องจากมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการใช้งานที่มากขึ้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องก่อสร้างโครงสร้างภายในขึ้นอีกชั้นหนึ่ง เพื่อความมั่นคงแข็งแรง และปรับเปลี่ยนการใช้งานเนื้อที่ภายในให้คล่องตัวมากขึ้น ส่วนทฤษฎีการแปลความหมายนั้นเป็นการอนุรักษ์ทางอ้อมที่ถ่ายทอดลักษณะสำคัญบางส่วน เพื่อส่งเสริมคุณค่าอาคารหลังนี้ให้มากขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
บุญเสริม เปรมธาดา . (2545). การเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงสถาปัตยกรรมภายในอาคารที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ 5 กรณีศึกษา : อาคารศุลกสถาน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. บุญเสริม เปรมธาดา . 2545. "การเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงสถาปัตยกรรมภายในอาคารที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ 5 กรณีศึกษา : อาคารศุลกสถาน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. บุญเสริม เปรมธาดา . "การเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงสถาปัตยกรรมภายในอาคารที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ 5 กรณีศึกษา : อาคารศุลกสถาน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. บุญเสริม เปรมธาดา . การเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงสถาปัตยกรรมภายในอาคารที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ 5 กรณีศึกษา : อาคารศุลกสถาน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
