| ชื่อเรื่อง | : | ต้นทุนการให้บริการส่งเสริมสุขภาพตามชุดสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข |
| นักวิจัย | : | นภชา สิงห์วีรธรรม |
| คำค้น | : | COST , HEALTH PROMOTION SERVICE , UNIVERSAL HEALTH COVERAGE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000484 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาต้นทุนและรูปแบบของการจัดบริการส่งเสริมสุขภาพตามชุดสิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ปี 2544 ในด้านส่งเสริมสุขภาพ จำนวน 8 ชุดสิทธิประโยชน์ ในมุมมองของผู้ให้บริการ โดยใช้รูปแบบการศึกษาเชิงพรรณนา เก็บข้อมูลย้อนหลัง 1 ปี(1 ตุลาคม 2543 - 30 กันยายน 2544) มีการแบ่งหน่วยงานต้นทุนออกเป็น 66 หน่วยต้นทุนแต่ละหน่วยต้นทุนประกอบด้วยต้นทุนค่าแรง ต้นทุนค่าวัสดุ ต้นทุนค่าลงทุน ผลการศึกษาพบว่า มัธยฐานต้นทุนรายกิจกรรมของการตรวจและดูแเลเพื่อส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์อยู่ระหว่าง 25.7 - 213.4 บาทต่อครั้ง การดูแลสุขภาพเด็กพัฒนาการและภาวะโภชนาการ อยู่ระหว่าง 15.4 - 34.9 บาทต่อครั้ง การวางแผนครอบครัว อยู่ระหว่าง137.1 - 486.7 บาทต่อครั้ง การเยี่ยมบ้าน อยู่ระหว่าง 643.8 - 694.7 บาทต่อครั้งการให้ความรู้ด้านสุขภาพ อยู่ระหว่าง 47.3 - 135.7 บาทต่อครั้ง การให้คำปรึกษาในการส่งเสริมสุขภาพ อยู่ระหว่าง 89.4 - 94.6 บาทต่อครั้ง การส่งเสริมสุขภาพในช่องปากอยู่ระหว่าง 28.1 - 28.2 บาทต่อครั้ง ร้อยละต้นทุนค่าดำเนินการต่อต้นทุนทางตรงกิจกรรมการซักประวัติตรวจร่างกายหญิงตั้งครรภ์เป็นร้อยละ 83.6 การดูแลสุขภาพเด็กพัฒนาการ และภาวะโภชนาการเป็นร้อยละ 82.3 การวางแผนครอบครัวเป็นร้อยละ 79.4การเยี่ยมบ้านเป็นร้อยละ 91.4 การให้ความรู้ด้านสุขภาพเป็นร้อยละ 95.9 การให้คำปรึกษาในการส่งเสริมสุขภาพคิดเป็นร้อยละ 75.2 และการส่งเสริมสุขภาพในช่องปากเป็นร้อยละ 75.2 ส่วนร้อยละต้นทุนหน่วยสุดท้ายต่อต้นทุนทางตรง กิจกรรมซักประวัติตรวจร่างกายหญิงตั้งครรภ์เป็นร้อยละ 60.1 การดูแลสุขภาพเด็ก พัฒนาการ และภาวะโภชนาการเป็นร้อยละ 94.4 การวางแผนครอบครัวเป็นร้อยละ 70.1 การเยี่ยมบ้านเป็นร้อยละ 92.6การให้ความรู้ด้านสุขภาพเป็นร้อยละ 74.4 การให้คำปรึกษาสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นร้อยละ 83.1 การส่งเสริมสุขภาพในช่องปากเป็นร้อยละ 86.6 ส่วนกิจกรรมที่มีต้นทุนแตกต่างกันระหว่างขนาดโรงพยาบาลคือ การตรวจคัดกรองธาลัสซีเมีย (p = 0.04) กิจกรรมการติดตามเยี่ยมหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดที่มีภาวะเสี่ยงและช่วยตัวเองได้น้อย(p = 0.046) กิจกรรมการจัดนิทรรศการในสถานพยาบาล (p=0.022) ความคิดเห็นรูปแบบการให้บริการส่งเสริมสุขภาพในสถานบริการสาธารณสุขไม่ควรมีกิจกรรมในชุดเหมือนกันทุกสถานบริการร้อยละ 28.30 ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปเป็นพื้นฐานประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารในการวางแผนดำเนินนโยบายหลักประกันสุขภาพทั่วหน้า ในด้านงบประมาณและการจัดบริการส่งเสริมสุขภาพตามชุดสิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพทั่วหน้า อย่างเหมาะสม |
| บรรณานุกรม | : |
นภชา สิงห์วีรธรรม . (2545). ต้นทุนการให้บริการส่งเสริมสุขภาพตามชุดสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นภชา สิงห์วีรธรรม . 2545. "ต้นทุนการให้บริการส่งเสริมสุขภาพตามชุดสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นภชา สิงห์วีรธรรม . "ต้นทุนการให้บริการส่งเสริมสุขภาพตามชุดสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. นภชา สิงห์วีรธรรม . ต้นทุนการให้บริการส่งเสริมสุขภาพตามชุดสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
