| ชื่อเรื่อง | : | รายการวิทยุกระจายเสียงภาคภาษาชาวเขา 6 ภาษา ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ |
| นักวิจัย | : | ศาลินา นิ่มตระกูล |
| คำค้น | : | HILL TRIBE RADIO PROGRAMME , FORMAT AND CONTENT , PARTICIPATION , USES ANDGRATIFICATIONS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000071 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงวิธีการดำเนินงานในการผลิตรายการรูปแบบในการนำเสนอและเนื้อหาของรายการวิทยุกระจายเสียงภาคภาษาชาวเขา6 ภาษา ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งศึกษาถึงการมีส่วนร่วมของผู้ฟังชาวเขา และความสอดคล้องระหว่างรูปแบบในการนำเสนอ และเนื้อหารายการ กับความต้องการและการใช้ประโขชน์ของผู้ฟังชาวเขา ผลการวิจัยพบว่า รายการวิทยุกระจายเสียงภาคภาษาชาวเขาได้เริ่มดำเนินการออกอากาศครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ.2507 โดยเริ่มกระจายเสียงภาษาเย้าก่อนเป็นอันดับแรก และต่อมาในปี พ.ศ.2516 จึงได้มีการกระจายเสียงครบทั้ง 6 ภาษาได้แก่ ม้ง เย้า กะเหรี่ยง มูเซอ ลีซอ และอีก้อ โดยในระยะแรกที่เริ่มทำการกระจายเสียงนั้น รัฐบาลได้ใช้รายการวิทยุภาคภาษาชาวเขาเป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายแย่งชิงกำลังคนจากฝ่ายตรงข้ามหรือผู้ที่ไม่หวังดีต่อประเทศไทยโดยมีเนื้อหารายการที่เน้นในเรื่องของข่าวสารจากทางราชการเป็นส่วนใหญ่ นอกเหนือจากนั้นจะเป็นเนื้อหาที่เป็นความรู้โดยทางรายการจะได้รับบทความที่ใช้ในการออกอากาศจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย กรมป่าไม้เป็นต้น แต่นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน สถานการณ์ทางการเมืองและนโยบายของรัฐบาลที่มีต่อชาวเขาได้ผ่อนคลายลงและส่งผลมายังนโยบายในการดำเนินรายการวิทยุภาคภาษาชาวเขาให้มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็น มุ่งยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวเขาให้ดีขึ้นแทนการแย่งชิงกำลังคนเช่นแต่ก่อน การศึกษาการมีส่วนร่วมของผู้ฟังชาวเขานั้นพบว่า ปัจจุบันทางสถานีฯ ยังไม่ได้เปิด โอกาสให้ผู้ฟังชาวเขาเข้ามามีส่วนร่วมในรายการวิทยุภาคภาษาชาวเขาโดยตรง คือ ในรูปแบบของคณะกรรมการดำเนินงาน แต่ได้เปิดโอกาสให้ผู้ฟังชาวเขาเข้ามามีส่วน ร่วมโดยทางอ้อมด้วยการมีปฏิกิริยาตอบกลับ (Feedback) กลับมายังรายการทั้งทาง จดหมาย โทรทัศน์ การมาเยี่ยมชมสถานี และการเข้าร่วมกิจกรรมที่ทางสถานีจัดขึ้น นอกจากนี้ทางสถานีฯ ยังได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกาศชาวเขาทั้ง 6 ภาษา เข้าร่วม ประชุมกำหนดผังรายการ รูปแบบในการนำเสนอ และเนื้อหาของรายการ โดยถือว่า ผู้ประกาศชาวเขาทั้ง 6 ภาษา เป็นตัวแทนของผู้ฟังชาวเขาได้ในระดับหนึ่งเพราะ เป็นชาวเขาเช่นเดียวกัน และทางสถานีฯ ยังมอบหมายให้ผู้ประกาศชาวเขาเป็นผู้เขียน บทความและคัดเลือกเนื้อหาในการออกอากาศด้วยตนเองเพื่อให้ตรงกับความต้องการ ของผู้ฟังชาวเขามากที่สุด นอกจากนี้ จากการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ฟังชาวเขาทั้ง 6 เผ่า พบว่า ผู้ฟังชาวเขาทั้ง 6 เผ่า มีความเห็นว่ารูปแบบในการนำเสนอและเนื้อหาของรายการสามารถตอบสนองต่อความ ต้องการของผู้ฟังได้ในระดับหนึ่ง ผู้ฟังส่วนใหญ่ต้องการให้ทางสถานีฯ เพิ่มเวลาการ ออกอากาศของแต่ละภาษาให้มากขึ้นกว่าเดิม และในส่วนของการใช้ประโยชน์จากความรู้ ที่ได้รับจากรายการฯ นั้น พบว่า ผู้ฟังชาวเขาสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน อนึ่ง ในการที่จะพัฒนารายการวิทยุภาคภาษาชาวเขาให้มีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอม รับของผู้ฟังชาวเขาและแพร่หลายในหมู่ผู้ฟังชาวเขามากยิ่งขึ้นนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ รัฐบาลควรให้ความสนใจอย่างจริงจังด้วยการสนับสนุนทั้งในด้านกำลังคนและงบประมาณ รวมทั้งผลักดันให้มีการกำหนดนโยบายทางด้านสิทธิการสื่อสารของชนกลุ่มน้อยอย่าง เป็นรูปธรรมชัดเจน และควรมีการออกกฎหมายเพื่อรองรับเกี่ยวกับสิทธิการสื่อสารของ ชนกลุ่มน้อยในประเทศด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
ศาลินา นิ่มตระกูล . (2543). รายการวิทยุกระจายเสียงภาคภาษาชาวเขา 6 ภาษา ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศาลินา นิ่มตระกูล . 2543. "รายการวิทยุกระจายเสียงภาคภาษาชาวเขา 6 ภาษา ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศาลินา นิ่มตระกูล . "รายการวิทยุกระจายเสียงภาคภาษาชาวเขา 6 ภาษา ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. ศาลินา นิ่มตระกูล . รายการวิทยุกระจายเสียงภาคภาษาชาวเขา 6 ภาษา ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
