ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความผิดเกี่ยวกับศาสนาตามประมวลกฎหมายอาญา : ศึกษากรณีการกระทำความผิดต่อพระพุทธศาสนา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความผิดเกี่ยวกับศาสนาตามประมวลกฎหมายอาญา : ศึกษากรณีการกระทำความผิดต่อพระพุทธศาสนา
นักวิจัย : ปริศนา สมศักดิ์โยธิน
คำค้น : OFFENCES RELATING RELIGION , ABUSE , BHUDDIST MONK
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544001442
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาถึงข้อจำกัดการลงโทษในความผิดเกี่ยวกับศาสนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206, 207 และ 208 เฉพาะศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน วัตถุที่กฎหมายให้ความคุ้มครองศาสนาพุทธคือ วัตถุและสถานที่อันเป็นที่เคารพในทางศาสนา พิธีกรรมในทางศาสนาและรูปแบบการแต่งกายของพระภิกษุสงฆ์ ส่วนพระธรรมวินัยอันเป็นหลักการและแก่นแท้ของพระพุทธศาสนายังไม่มีกฎหมายให้ความคุ้มครอง ในความผิดเกี่ยวกับศาสนาทั้งหมด มีเพียงมาตรา 208 เดียว ที่มีคุณธรรมทางกฎหมายคือความบริสุทธิ์ของศาสนา แต่กลับมีการคุ้มครองในด้านรูปแบบการแต่งกายของพระภิกษุสงฆ์มิให้ผู้อื่นที่มิได้ผ่านการบวชตามพระธรรมวินัยแต่งกายอย่างพระภิกษุสงฆ์เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อเท่านั้น แม้ว่าบทบัญญัติในมาตรา 208 นี้จะเล็งเห็นว่าการแต่งกายเลียนแบบพระของบุคคลที่มิได้บวชโดยชอบจะเป็นทางนำมาซึ่งความเสียหายต่อพระพุทธศาสนาและประชาชนจึงป้องกันไว้ก็ตาม แต่ในปัจจุบันมีพระภิกษุสงฆ์ที่บวชโดยชอบได้ประพฤติตนล่วงละเมิดพระธรรมวินัยและกระทำการอันไม่เหมาะสมต่อสมณเพศอย่างร้ายแรง ตลอดจนถึงขั้นกระทำความผิดอาญา ผลจากการศึกษาค้นคว้าพบว่า การประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยของพระภิกษุสงฆ์มีทั้งการหักล้างหรือคัดค้านพระธรรมวินัยโดยตรง และการประพฤติตนผิดพระธรรมวินัยไม่เหมาะสมต่อสมณสารูปในข้อที่ร้ายแรงในสายตาของสาธารณชน เช่น เสพเมถุน อนาจารปลอมตัวเป็นฆราวาสออกเที่ยวกลางคืน คลุกคลีกับสตรีเพศ ดื่มสุราหรือของมึนเมา ดูภาพยนตร์หรือวีดีโอลามกอนาจาร เป็นต้น ซึ่งบางพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นความผิดอาญาอยู่ในตัวและบางพฤติกรรมไม่เป็นความผิดเลย แต่บทกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับศาสนาดังกล่าวไม่ได้ลงโทษการกระทำอันไม่สมควรอย่างยิ่งของพระภิกษุสงฆ์แต่อย่างใด อีกทั้งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2535 ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็มีการลงโทษพระภิกษุอลัชชีที่ประพฤติให้เกิดความเสียหายแก่พระพุทธศาสนาเพื่อรักษาหลักพระธรรมวินัยและเพื่อความเรียบร้อยดีงามของคณะสงฆ์ด้วย หากแต่เป็นโทษอาญาที่เป็นผลจากการขัดคำสั่งของมหาเถรสมาคมหรือพระผู้ปกครองในทางการปกครองของคณะสงฆ์หาใช่โทษที่ลงเพราะการประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยไม่ จึงสมควรที่รัฐจะต้องให้ความคุ้มครองความบริสุทธิ์ของศาสนาพุทธอันเป็นศาสนาประจำชาติไทย จากปัญหาความไม่เหมาะสมต่อสภาพปัญหาในพระพุทธศาสนาของบทบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับศาสนาดังกล่าว ผู้เขียนได้เสนอแนะให้มีการเพิ่มเติมกฎหมายอาญากำหนดให้การประพฤติผิดพระธรรมวินัยของพระภิกษุสงฆ์ในข้อร้ายแรงในสายตาของพุทธศาสนิกชนเป็นความผิดและมีโทษทางอาญา และให้ถือว่าการกระทำความผิดอาญาขณะเป็นพระภิกษุสงฆ์เป็นเหตุเพิ่มโทษในบทบัญญัติแห่งความผิดต่างๆ เพราะได้กระทำความผิดในขณะครองสมณเพศอันเป็นสถานะที่ได้รับความเคารพและศรัทธาอย่างสูงในสังคมไทย

บรรณานุกรม :
ปริศนา สมศักดิ์โยธิน . (2544). ความผิดเกี่ยวกับศาสนาตามประมวลกฎหมายอาญา : ศึกษากรณีการกระทำความผิดต่อพระพุทธศาสนา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปริศนา สมศักดิ์โยธิน . 2544. "ความผิดเกี่ยวกับศาสนาตามประมวลกฎหมายอาญา : ศึกษากรณีการกระทำความผิดต่อพระพุทธศาสนา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปริศนา สมศักดิ์โยธิน . "ความผิดเกี่ยวกับศาสนาตามประมวลกฎหมายอาญา : ศึกษากรณีการกระทำความผิดต่อพระพุทธศาสนา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
ปริศนา สมศักดิ์โยธิน . ความผิดเกี่ยวกับศาสนาตามประมวลกฎหมายอาญา : ศึกษากรณีการกระทำความผิดต่อพระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.