| ชื่อเรื่อง | : | กระบวนการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาการพูดและการเมือง โรงเรียนการเมืองพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ |
| นักวิจัย | : | จิตติมา หลอมทอง |
| คำค้น | : | POLITICAL SPEECH TRAINING , POLITICAL COMMUNICATION , POLITICAL SCHOOL |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544001241 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยเรื่อง "กระบวนการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาการพูดและการเมืองโรงเรียนการเมือง พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์" มุ่งศึกษาแนวคิดและวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งหลักสูตร คุณสมบัติของผู้เรียน วิเคราะห์รูปแบบและเนื้อหาตลอดจนสำรวจความพึงพอใจของผู้เรียนรวมทั้งทรรศนะของผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นบุคคลภายนอกที่มีต่อการก่อตั้งหลักสูตร โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพและปริมาณร่วมกัน เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสังเกตแบบมีส่วนร่วม ผู้วิจัยสมัครเข้ารับการฝึกอบรมในโรงเรียนการเมือง, วิจัยเอกสารการเรียนการสอน, การสัมภาษณ์เชิงเจาะลึกและออกแบบสอบถามเพื่อสำรวจลักษณะประชากรและความพึงพอใจโดยภาพรวม ผลการวิจัยพบว่าหลักสูตรพัฒนาการพูดและการเมืองก่อตั้งขึ้นมาโดยความตั้งใจส่วนตัวของพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ที่ต้องการฝึกฝนนักการเมืองรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมก่อนเข้าไปปฏิบัติงานการเมืองในสภา ต่อมาจึงขยายโอกาสการฝึกอบรมไปสู่นักการเมืองท้องถิ่นและประชาชน ภายใต้แนวคิดที่ว่าการเมืองจะพัฒนาได้ นักการเมืองและประชาชนต้องเข้าใจการเมืองร่วมกันและแสดงบทบาทตามหน้าที่ของตนได้อย่างถูกต้อง เนื้อหาการอบรมแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. กลยุทธ์การพูดทางการเมือง สอนการพูดเฉพาะกิจทางการเมืองและหลักการพูดในที่สาธารณะทั่วไป 2. ภารกิจทางการเมืองให้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฏหมาย รวมทั้งการปฏิบัติตัวตามหน้าที่ในระบอบประชาธิปไตย ส่วนเนื้อหาเรื่องคุณธรรม จริยธรรมในการพูดและการเมืองมีสัดสวนที่ค่อนข้างน้อย นักเรียนการเมืองเข้ามารับการฝึกอบรมเพราะต้องการนำความรู้ไปใช้พัฒนาตนเองใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ทางการเมืองและเพื่อแสวงหาเพื่อนและเครือข่ายทางการเมืองโดยภาพรวมแล้วผู้เรียนมีความพึงพอใจ ความรู้ที่ได้รับจากหลักสูตร สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหน้าที่ทางการเมืองและหน้าที่การงานในปัจจุบัน และการได้รวมกลุ่มนักเรียนการเมืองถือเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่จะได้ติดต่อประสานงานกันต่อไปในอนาคต บุคคลภายนอกมีทรรศนะว่าการให้การศึกษาทางการเมืองถือเป็นแนวทางพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืน แต่ต้องเปิดโอกาสการเรียนให้คนทุกระดับ ไม่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม การฝึกอบรมจะช่วยให้คนที่มาเรียนได้สร้างความสัมพันธ์แบบไม่เป็นทางการต่อกัน ในอนาคตพรรคการเมืองควรจะมีหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อเป็นช่องทางให้พรรรคการเมืองกับประชาชนได้สื่อสารกันในเชิงนโยบาย |
| บรรณานุกรม | : |
จิตติมา หลอมทอง . (2544). กระบวนการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาการพูดและการเมือง โรงเรียนการเมืองพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จิตติมา หลอมทอง . 2544. "กระบวนการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาการพูดและการเมือง โรงเรียนการเมืองพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จิตติมา หลอมทอง . "กระบวนการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาการพูดและการเมือง โรงเรียนการเมืองพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. จิตติมา หลอมทอง . กระบวนการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาการพูดและการเมือง โรงเรียนการเมืองพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
