ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประยุกต์การยึดกระดูกเชิงกรานภายหลังการตัดเพื่อแก้ไขข้อสะโพกเจริญผิดปกติในสุนัข

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประยุกต์การยึดกระดูกเชิงกรานภายหลังการตัดเพื่อแก้ไขข้อสะโพกเจริญผิดปกติในสุนัข
นักวิจัย : เกียรติพิเชษฐ์ โคมิน
คำค้น : HIP , DRYSPLASIA , DOGS , PELVIS , SCREW , OSTEOTOMY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000645
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การผ่าตัดแก้ไขข้อสะโพกเจริญผิดปกติในสุนัขเพื่อให้เบ้ากระดูกเชิงกรานสวมคลุมหัวกระดูกขาหลังส่วนต้นได้มากขึ้นโดยประยุกต์ใช้สกรู 2 ตัว ในการยึดกระดูกเชิงกรานที่ปรับแนวกระดูกภายหลังการตัดที่ pubis ischium และ ilium การศึกษาทำในสุนัข2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นสุนัขทดลองที่มีข้อสะโพกปกติจำนวน 5 ตัว และกลุ่มที่สองเป็นสุนัขป่วยที่มีข้อสะโพกเจริญผิดปกติจำนวน 8 ตัว การประเมินผลพิจารณาจากอาการเดินการตรวจคลำข้อสะโพก และลักษณะของข้อสะโพกจากภาพถ่ายรังสีในท่ามาตรฐานที่ 0, 2, 4,6, 8, 12, 16, 20 และ 24 สัปดาห์ภายหลังผ่าตัดโดยสังเกตอาการของสุนัขที่ 8 และ12 สัปดาห์ ในการเดิน และการรับน้ำหนักของขาหลังข้างที่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขกระดูกเชิงกราน ตรวจคลำ ortolani sign และอาการเจ็บเมื่อหุบ (adduction) หรือกาง(abduction) ข้อสะโพกข้างที่ผ่าตัด รวมทั้งตรวจการบิด (rotation) เข้า (inward)และออก (outward) ของขาหลังข้างที่ผ่าตัด จากการคำนวณ Dorsolateral Subluxationscore (DLS score) เพื่อประเมินการสวมคลุมหัวกระดูกขาหลังส่วนต้นของเบ้ากระดูกเชิงกรานจากภาพถ่ายรังสีของสุนัขทุกตัวก่อนและภายหลังผ่าตัด พบว่าค่าเฉลี่ยของ DLS scoreในกลุ่มสุนัขทดลองก่อนผ่าตัดมีค่าเท่ากับ 64 และภายหลังผ่าตัดที่ 0, 2, 4, 6, 8, 12,16, 20 และ 24 สัปดาห์ มีค่าเท่ากับ 89, 89, 89, 90, 90, 88, 90, 90 และ 87 ตามลำดับในกลุ่มสุนัขป่วยมีค่าเฉลี่ย DLS score ก่อนผ่าตัดเท่ากับ 39 และภายหลังผ่าตัดมีค่าเท่ากับ 80, 92, 95, 97, 99, 98, 97, 97 และ 93 ตามลำดับ จากการวิเคราะห์ทางสถิติโดย paired t-test พบว่า ค่าเฉลี่ย DLS score ภายหลังผ่าตัดของสุนัขทั้งสองกลุ่มแตกต่างจากค่าเฉลี่ย DLS score ก่อนผ่าตัดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) จากการวิเคราะห์การเดินของสุนัข พบว่าในสัปดาห์ที่ 8 ภายหลังผ่าตัดสุนัขทดลองเดินได้ดี 4 จาก5 ตัว (80%) ส่วนสุนัขป่วยที่มารับการตรวจ 7 ตัวเดินได้ดี 2 ตัว (25%) สุนัขทดลองทุกตัว (100%) เดินได้ดีตั้งแต่สัปดาห์ที่ 12 ในขณะที่สุนับป่วยเดินได้ดี 5 จาก 8 ตัว(62.5%) ส่วน 2 ใน 3 ตัวที่เหลือเดินได้ดีเมื่อ 16 สัปดาห์และอีก 1 ตัว เดินได้ดีที่ 24 สัปดาห์ จากการศึกษานี้สรุปได้ว่าการใช้สกรูเพียงอย่างเดียวสามารถตรึงกระดูกเชิงกรานที่ถูกปรับแนวกระดูกภายหลังการตัด 3 แห่งได้อย่างมั่นคงในการแก้ไขข้อสะโพกเจริญผิดปกติ ถึงแม้ว่าจะมีสกรูถอนในสุนัขป่วย 2 ราย แต่หัวกระดูกขาหลังส่วนต้นยังคงอยู่ในเบ้ากระดูกเชิงกราน และสุนัขสามารถใช้ขาได้เป็นปกติ

บรรณานุกรม :
เกียรติพิเชษฐ์ โคมิน . (2544). การประยุกต์การยึดกระดูกเชิงกรานภายหลังการตัดเพื่อแก้ไขข้อสะโพกเจริญผิดปกติในสุนัข.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เกียรติพิเชษฐ์ โคมิน . 2544. "การประยุกต์การยึดกระดูกเชิงกรานภายหลังการตัดเพื่อแก้ไขข้อสะโพกเจริญผิดปกติในสุนัข".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เกียรติพิเชษฐ์ โคมิน . "การประยุกต์การยึดกระดูกเชิงกรานภายหลังการตัดเพื่อแก้ไขข้อสะโพกเจริญผิดปกติในสุนัข."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
เกียรติพิเชษฐ์ โคมิน . การประยุกต์การยึดกระดูกเชิงกรานภายหลังการตัดเพื่อแก้ไขข้อสะโพกเจริญผิดปกติในสุนัข. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.