| ชื่อเรื่อง | : | การพักบังคับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ |
| นักวิจัย | : | ศศิอนงค์ จงกลนี |
| คำค้น | : | AUTOMATIC STAY , MORATORIUM , REORGANIZATION , BANKRUPTCY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544001470 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มุ่งศึกษาถึงรูปแบบและขอบเขตของการพักบังคับชำระหนี้ แนวความคิดพื้นฐานของการกำหนดขอบเขตการพักบังคับชำระหนี้ และปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้การพักบังคับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของประเทศไทยตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483ตลอดจนเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาและกำหนดขอบเขตของการบังคับใช้การพักบังคับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของไทยให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถป้องกันหรือเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้มาตราการดังกล่าวได้ ผลจากการศึกษาและวิเคราะห์พบว่า การพักบังคับชำระหนี้เป็นมาตรการทางกฎหมายที่จำเป็นต้องมีขึ้นเพื่อเอื้ออำนวยให้การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ประสบความสำเร็จ แต่บทบัญญัติในเรื่องการพักบังคับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของประเทศไทยตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 ยังไม่มีบทบัญญัติที่รับรองว่าสิทธิของเจ้าหนี้มีประกันที่มีอยู่ตามกฎหมายก่อนที่ลูกหนี้จะเข้าฟื้นฟูกิจการจะไม่ถูกทำลายหรือทำให้ลดน้อยถอยลงจากการที่ลูกหนี้เข้าฟื้นฟูกิจการไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอนในการกำหนดว่าการกระทำใดเป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าปกติของลูกหนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ รวมถึงหลักเกณฑ์ในการก่อหนี้ การให้ความคุ้มครองผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สินอันเป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าปกติของลูกหนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ ตลอดจนหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคดีความรับผิดในค่าเสียหายอันเกิดจากการฝ่าฝืนข้อห้ามของการพักบังคับชำระหนี้ เพื่อให้การพักบังคับชำระหนี้มีขอบเขตที่ชัดเจน มีความเหมาะสมและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายตลอดจนสามารถป้องกันหรือเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวได้ ผู้วิจัยจึงเสนอแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในเรื่องการพักบังคับในการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ดังนี้ 1. มีบทบัญญัติที่กำหนดให้ความเสียหายอันเกิดจากความล้มเหลวของการให้ความคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้มีประกันอย่างเพียงพอให้เป็นหนี้ที่ลูกหนี้ต้องชำระก่อนหนี้อื่นโดยจัดให้อยู่ในลำดับเดียวกันกับหนี้ค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 130 (2) 2. มีบทบัญญัติที่กำหนดตัวอย่างของการกระทำและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าการกระทำใดเป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าปกติของลูกหนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ตลอดจนกำหนดรูปแบบและระดับในการก่อหนี้ เพื่อนำมาใช้ในกิจการในระหว่างการดำเนินกิจการตามปกติของลูกหนี้ก่อนที่จะเริ่มการฟื้นฟูกิจการตามแผน 3. มีบทบัญญัติที่ให้สิทธิแก่เจ้าหนี้หรือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำการใดๆที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สินอันเป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าปกติของลูกหนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ ในการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้กระทำการดังกล่าวหรือมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของเจ้าหนี้หรือผู้ที่ได้รับความเสียหายหากการกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สินนั้น เป็นการเสียเปรียบหรือขาดทุน หรือเป็นการดำเนินการอย่างไม่เหมาะสมหรือไม่ประสบความสำเร็จ หรือมิให้ความคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้มีประกันอย่างเพียงพอ 4. มีบทบัญญัติที่กำหนดให้ศาลที่รับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการมีอำนาจพิจารณาคดีความรับผิดในค่าเสียหายอันเกิดจากการฝ่าฝืนข้อห้ามของการพักบังคับชำระหนี้ได้ในฐานะเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกับคดีล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 |
| บรรณานุกรม | : |
ศศิอนงค์ จงกลนี . (2544). การพักบังคับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศศิอนงค์ จงกลนี . 2544. "การพักบังคับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศศิอนงค์ จงกลนี . "การพักบังคับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. ศศิอนงค์ จงกลนี . การพักบังคับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
