| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเปรียบเทียบภาวะการสูญเสียเฮทเทอร์โรไซโกทของโครโมโซมคู่ที่ 1,4,8,16,18 ระหว่างมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิและมะเร็งตับชนิดอดีโนคาร์ซิโนมาที่แพร่กระจายมาจากที่อื่น |
| นักวิจัย | : | เอื้อมแข สุขประเสริฐ |
| คำค้น | : | LOH , TUMOR SUPPRESSOR GENE , PRIMARY HEPAOCELLULAR CARCINOMA , METASTATICADENOCARCINOMA |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000572 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การค้นหาภาวะการสูญเสียเฮทเทอร์โรไซโกทโดยวิธีไมโครแซทเทิลไลท์ เป็นวิธีการที่ใช้ค้นหาบริเวณที่เป็นที่อยู่ของยีนต้านมะเร็งถูกนำมาใช้ศึกษามะเร็งตับสองชนิดคือมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิและมะเร็งตับชนิดอดีโนคาร์ซิโนมา โดยเลือกศึกษาในโครโมโซม 5 คู่ และใช้ช๊อทแทนแดมรีพีทโพลีมอร์ฟิคมาร์กเกอร์ (เอสทีอาร์พี)ทั้งหมด 9 ตำแหน่ง ทำการศึกษาในกลุ่มมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิ 25 ชิ้นเนื้อ และมะเร็งตับชนิดอีโนคาร์ซิโนมา 24 ชิ้นเนื้อ เปรียบเทียบระหว่างเนื้อเยื่อมะเร็งและเนื้อเยื่อปกติ โดยมีวัตถุประสงค์จะเปรียบเทียบความแตกต่างของอุบัติการณ์ของภาวะการสูญเสียเฮทเทอร์โรไซโกทระหว่างมะเร็งทั้งสองชนิด ผลการทดลองมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิพบภาวะแอลโอเอสบนโครโมโซมคู่ที่ 1 มากที่สุดโดยพบที่ 1 พีและ 1 คิว 38.5% และ 25% ตามลำดับ โครโมโซม 18 คิวตรงตำแหน่ง 18เอส57พบภาวะแอลโอเอส 36.4% โครโมโซม 16 คิว พบ 25% ส่วนโครโมโซม 4 คิวและ 16 คิว พบในสัดส่วนไม่มากนัก ในกลุ่มมะเร็งตับชนิดอดีโนคาร์ซิโนมา พบภาวะแอลโอเอสมากที่สุดบนโครโมโซม 18 คิว ตำแหน่ง 18เอส55 และ 18 เอส70 45.5%และ 25% ตามลำดับ และไม่พบภาวะแอลโอเอสเลยบนโครโมโซม 1 พีตำแหน่งเอเอ็มวายทูบีและโครโมโซม 4 คิว ทั้งสองตำแหน่งที่ทำการศึกษา และจากการเปรียบเทียบสัดส่วนของภาวะแอลโอเอสในตำแหน่งต่างๆ ระหว่างมะเร็งตับทั้งสองกลุ่มพบว่ามีความแตกต่างของอัตราการพบภาวะแอลโอเอสอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของโครโมโซม 1 พี ตำแหน่งเอเอ็มวายทูบีที่ค่าความเชื่อมั่น 95% ระหว่างมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิและมะเร็งตับชนิดอดีโนคาร์ซิโนมา จากการศึกษานี้พอจะสรุปได้ว่า มะเร็งตับชนิดปฐมภูมิมีแนวโน้มที่จะพบภาวะแอลโอเอสบนโครโมโซม 1พี, 4คิว ในขณะที่มะเร็งตับชนิดอดีโนคาร์ซิโนมามีแนวโน้มที่จะพบภาวะแอลโอเอสบนโครโมโซม 18 คิว และไม่พบภาวะแอลโอเอสเลยบนโครโมโซม1 พี และ 4 คิว ดังนั้นในการที่จะใช้ภาวะการสูญเสียเฮทเทอร์โรไซโกทในการแยกชนิดมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิและมะเร็งตับชนิดอดีโนคาร์ซิโนมา ควรเลือกใช้เอสทีอาร์พีบนโครโมโซม 1 พีและโครโมโซม 4 คิว โดยถ้าพบภาวะแอลโอเอสบนโครโมโซมใดโครโมโซมหนึ่ง บ่งบอกว่าชิ้นเนื้อนั้นมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิมากกว่ามะเร็งตับชนิดอดีโนคาร์ซิโนมา ในขณะที่การไม่พบภาวะแอลโอเอสบนโครโมโซมทั้งสองนี้ ชิ้นเนื้อนั้นยังมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งตับได้ทั้งสองชนิด กล่าวคือประโยชน์ของการศึกษาแอลโอเอสจะมีต่อเมื่อมีการค้นพบภาวะแอลโอเอสในชิ้นเนื้อดังนั้นจึงควรที่จะใช้เอสทีอาร์พีหลายๆ ตำแหน่งบนโครโมโซม 1 พี และ 4 คิวเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการพบภาวะแอลโอเอส |
| บรรณานุกรม | : |
เอื้อมแข สุขประเสริฐ . (2541). การศึกษาเปรียบเทียบภาวะการสูญเสียเฮทเทอร์โรไซโกทของโครโมโซมคู่ที่ 1,4,8,16,18 ระหว่างมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิและมะเร็งตับชนิดอดีโนคาร์ซิโนมาที่แพร่กระจายมาจากที่อื่น.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เอื้อมแข สุขประเสริฐ . 2541. "การศึกษาเปรียบเทียบภาวะการสูญเสียเฮทเทอร์โรไซโกทของโครโมโซมคู่ที่ 1,4,8,16,18 ระหว่างมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิและมะเร็งตับชนิดอดีโนคาร์ซิโนมาที่แพร่กระจายมาจากที่อื่น".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เอื้อมแข สุขประเสริฐ . "การศึกษาเปรียบเทียบภาวะการสูญเสียเฮทเทอร์โรไซโกทของโครโมโซมคู่ที่ 1,4,8,16,18 ระหว่างมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิและมะเร็งตับชนิดอดีโนคาร์ซิโนมาที่แพร่กระจายมาจากที่อื่น."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. เอื้อมแข สุขประเสริฐ . การศึกษาเปรียบเทียบภาวะการสูญเสียเฮทเทอร์โรไซโกทของโครโมโซมคู่ที่ 1,4,8,16,18 ระหว่างมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิและมะเร็งตับชนิดอดีโนคาร์ซิโนมาที่แพร่กระจายมาจากที่อื่น. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
