ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ของจำนวนครั้งในการขันสกรูของตัวหลักซ้ำกับความแนบสนิทและการหมุนของตัวหลักบนตัวรากเทียมจำลองและตัวรากเทียม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ของจำนวนครั้งในการขันสกรูของตัวหลักซ้ำกับความแนบสนิทและการหมุนของตัวหลักบนตัวรากเทียมจำลองและตัวรากเทียม
นักวิจัย : พิริยะ ยาวิราช
คำค้น : PASSIVE FIT , INTERFACE FIT , PRELOAD , SCREW TIGHTENING , IMPLANT COMPONENTCOMPATIBILITY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000374
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาความสัมพันธ์ของจำนวนครั้งในการขันสกรูของตัวหลักซ้ำกับความแนบสนิทและการหมุนของตัวหลักบนตัวรากเทียมจำลองและตัวรากเทียมระบบ Spline(Calcitek,Carlsbad,CA) จำนวน 3 ชุดที่ยึดในแบบจำลองที่ทำจากปลาสเตอร์หินชนิดที่ IV และหาจำนวนครั้งของการขันสกรูเพื่อไม่ให้มีช่องว่างระหว่างตัวหลัก กับ ตัวรากเทียมจำลอง, ตัวรากเทียม และระยะที่ตัวหลักหมุนบนตัวรากเทียมจำลอง, ตัวรากเทียมมีค่าคงที่ วิธีการทดลองเริ่มจากการประดิษฐ์แบบจำลองปลาสเตอร์หินชนิดที่ IV ที่ยึดตัวรากเทียมจำลองและตัวรากเทียมตรงกึ่งกลางด้านบนจำนวน 6 แท่ง จากนั้นทำการขันสกรูของตัวหลักซ้ำเพื่อยึดตัวหลักกับตัวรากเทียมจำลอง 20 ครั้งด้วยประแจควบคุมแรงบิดที่ระดับแรง 28.2 นิวตัน/ซ.ม. ในการขันสกรูแต่ละครั้ง วัดช่องว่างระหว่างตัวหลักกับตัวรากเทียมจำลองและระยะในแนวระนาบที่ตัวหลักหมุนบนตัวรากเทียมจำลองด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอนแบบส่องกราดที่กำลังขยาย 2000 เท่า ในบริเวณที่ทำเครื่องหมายบนตัวรากเทียมจำลองทั้ง 4 ด้าน จากนั้นฆ่าเชื้อประแจควบคุมแรงบิด,ตัวหลัก และสกรูของตัวหลัก แล้วยึดตัวหลักนี้กับตัวรากเทียมและทำการทดลองในลักษณะเดียวกันเพียงแต่เพิ่มจำนวนการขันสกรูซ้ำเป็น 25 ครั้ง นำข้อมูลที่ได้มาสร้างแผนภาพการกระจายและศึกษาความสัมพันธ์โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์การถดถอยซึ่งสามารถสรุปได้ว่าความสัมพันธ์ของจำนวนครั้งในการขันสกรูของตัวหลักซ้ำ กับความแนบสนิทของตัวหลักกับตัวรากเทียมจำลองทั้ง 3 ตัวมีลักษณะเป็นสมการถดถอยเชิงเส้นโค้งแบบเอ็กซ์โปเนนเชียลที่ระดับนัยสำคัญ (+,a) = 0.05 และจำนวนครั้งในการขันสกรูเพื่อไม่ให้มีช่องว่างคือ 28 ครั้ง ในขณะที่ความสัมพันธ์ของจำนวนครั้งในการขันสกรูของตัวหลักซ้ำ กับ ความแนบสนิทของตัวหลักกับตัวรากเทียมทั้ง 3 ตัวมีลักษณะเป็นสมการถดถอยเชิงเส้นตรงที่ระดับนัยสำคัญ (+,a) = 0.05 และจำนวนครั้งของการขันสกรูเพื่อไม่ให้มีช่องว่างคือ 90, 31 และ 67 ครั้งในรากเทียมตัวที่1, 2 และ 3 ตามลำดับ ส่วนความสัมพันธ์ของการขันสกรูของตัวหลักซ้ำ กับ การหมุนของตัวหลักบนตัวรากเทียมจำลองและตัวรากเทียมมีลักษณะเป็นสมการถดถอยเชิงเส้นโค้งแบบโพลีโนเมียลที่มีกำลังสูงสุดเป็น 3 ที่ระดับนัยสำคัญ (+,a) = 0.05เฉพาะบางด้านเท่านั้น ด้วยความสัมพันธ์ลักษณะดังกล่าวจึงไม่สามารถหาจำนวนครั้งของการขันสกรูเพื่อทำให้ระยะที่ตัวหลักหมุนบนตัวรากเทียมจำลอง และตัวรากเทียมมีค่าคงที่

บรรณานุกรม :
พิริยะ ยาวิราช . (2541). ความสัมพันธ์ของจำนวนครั้งในการขันสกรูของตัวหลักซ้ำกับความแนบสนิทและการหมุนของตัวหลักบนตัวรากเทียมจำลองและตัวรากเทียม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พิริยะ ยาวิราช . 2541. "ความสัมพันธ์ของจำนวนครั้งในการขันสกรูของตัวหลักซ้ำกับความแนบสนิทและการหมุนของตัวหลักบนตัวรากเทียมจำลองและตัวรากเทียม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พิริยะ ยาวิราช . "ความสัมพันธ์ของจำนวนครั้งในการขันสกรูของตัวหลักซ้ำกับความแนบสนิทและการหมุนของตัวหลักบนตัวรากเทียมจำลองและตัวรากเทียม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
พิริยะ ยาวิราช . ความสัมพันธ์ของจำนวนครั้งในการขันสกรูของตัวหลักซ้ำกับความแนบสนิทและการหมุนของตัวหลักบนตัวรากเทียมจำลองและตัวรากเทียม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.