| ชื่อเรื่อง | : | กระบวนการถ่ายทอดการประโคมด้วยเครื่องประโคมประกอบพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์ ในสมัยรัตนโกสินทร์ |
| นักวิจัย | : | สิริรักษ์ ชูสวัสดิ์ |
| คำค้น | : | A PROCESS OF TRANSMITTING SKILLS , REGAL CEREMONIAL FANFARE , RATTANAKOSIN PERIOD |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540001023 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย โดยใช้ระเบียบวิธีทางประวัติศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของการประโคมประกอบพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์ ความเป็นมาของเครื่องประโคม ความเชื่อและบทบาทหน้าที่ของเครื่องประโคม และกระบวนการถ่ายทอดการประโคมประกอบพระราชอิสริยยศในสมัยรัตนโกสินทร์ จากการศึกษาพบว่า การประโคมประกอบพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์มีมาตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์ ก่อนพุทธศตวรรษที่ 19และมิใช่แต่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น หากแต่รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงกันกับไทยด้วย ทั้งนี้น่าจะเป็นผลมาจากการถ่ายเทวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน โดยผ่านปัจจัยทางการเมืองการปกครอง และศาสนาเป็นสำคัญ จากการศึกษาประวัติความเป็นมา ความเชื่อ และบทบาทหน้าที่ของเครื่องประโคมประกอบพระราชอิสริยยศ พบว่า ไทยเราได้รับเอาเครื่องประโคมและรูปแบบของการประโคมประกอบพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์มาจากประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง โดยเฉพาะจากอินเดียขณะเดียวกันก็ผนวกเอามโหระทึก ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีดั้งเดิมของไทยที่ใช้มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์เข้าไปด้วยกัน โดยเครื่องดนตรีแต่ละชนิดจะต้องมีความหมายแห่งการเคารพยกย่องการสรรเสริญพระบารมี และการเป็นสื่อสัญลักษณ์ขององค์พระ-มหากษัตริย์เป็นสำคัญ ด้วยเหตุที่การประโคมประกอบพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์ ถือเป็นพระราชประเพณีอย่างหนึ่งของสถาบันพระมหากษัตริย์และเป็นวัฒนธรรมของชาติ ดังนั้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบต่อวัฒนธรรมให้ดำรงอยู่ต่อไป สถาบันพระมหากษัตริย์จึงมีหน้าที่เป็นสถาบันทางการศึกษาแห่งหนึ่งที่จะต้องถ่ายทอดความรู้ความเชื่อ ตลอดจนการปฏิบัติการประโคมให้แก่สมาชิกในสังคมของตนและประชาชนทั่วไป จำนวน 5 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มจะรับการถ่ายทอดในเนื้อหาที่แตกต่างกัน คือ กลุ่มผู้สืบทอดงานเครื่องสูงและกลองชนะ จะรับการสืบทอดการประโคมด้วยเครื่องประโคมทุกชนิด แต่จะปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล ทั้งนี้เพราะเครื่องประโคมบางชนิดเช่น ปี่ชวา ปี่ไฉน และเปิงมาง เป็นเครื่องดนตรีที่ต้องใช้ทักษะความชำนาญและระยะเวลาในการฝึกปฏิบัตินาน ทำให้มีผู้ปฏิบัติได้น้อย ส่วนกลุ่มผู้สืบทอดกองดุริยางค์ทหารเรือจะสืบทอดในเนื้อหาของแตรฝรั่ง แตรงอน และสังข์ ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่ต้องอาศัยทักษะและความชำนาญในระดับหนึ่ง ซึ่งบุคลากรกลุ่มนี้สามารถปฏิบัติได้ดี ขณะเดียวกันก็ได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการประโคมให้แก่บุคลากรในหน่วยงานของตนอีกทางหนึ่ง ส่งผลให้กลุ่มผู้รับการสืบทอดขยายวงกว้างออกไปอีก ส่วนกลุ่มผู้สืบทอดโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ (วิทยาลัยในวังชาย) ทหารบกและโรงเรียนเตรียมทหารนั้น จะใช้เนื้อหาของการถ่ายทอดเหมือนกัน คือ การประโคมกลองชนะ ในด้านการเรียนการสอนนั้นพบว่า สำนักพระราชวังได้ถ่ายทอดความรู้แก่กลุ่มผู้สืบทอดทั้ง5 กลุ่ม โดยวิธีการเรียนการสอนแบบไทยโบราณ สอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้แบบ Learning by doing ส่วนผลของการสืบทอดนั้นจะวัดจากผลการปฏิบัติว่าสามารถปฏิบัติงานในพระราชพิธีได้ถูกต้องหรือไม่เท่านั้น |
| บรรณานุกรม | : |
สิริรักษ์ ชูสวัสดิ์ . (2540). กระบวนการถ่ายทอดการประโคมด้วยเครื่องประโคมประกอบพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์ ในสมัยรัตนโกสินทร์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สิริรักษ์ ชูสวัสดิ์ . 2540. "กระบวนการถ่ายทอดการประโคมด้วยเครื่องประโคมประกอบพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์ ในสมัยรัตนโกสินทร์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สิริรักษ์ ชูสวัสดิ์ . "กระบวนการถ่ายทอดการประโคมด้วยเครื่องประโคมประกอบพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์ ในสมัยรัตนโกสินทร์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. สิริรักษ์ ชูสวัสดิ์ . กระบวนการถ่ายทอดการประโคมด้วยเครื่องประโคมประกอบพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์ ในสมัยรัตนโกสินทร์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
