| ชื่อเรื่อง | : | มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมรถจักรยานยนต์รับจ้าง |
| นักวิจัย | : | วิทวัส เวทยาวงศ์ |
| คำค้น | : | PUBLIC-MOTORCYCLE , LEGAL MEASURE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000302 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | รถจักรยานบนต์รับจ้างที่ปรากฎในเขตกรุงเทพมหานครได้เริ่มมีขึ้นประมาณ พ.ศ. 2524 โดยบุคคลกลุ่มหนึ่งได้นำรถจักรยานยนต์มาให้บริการแก่ประชาชนในลักษณะของรถรับจ้างสาธารณะ จนทำให้การประกอบอาชีพนี้ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วอนึ่ง การให้บริการของรถจักรยานยนต์รับจ้างได้ขยายกิจการให้บริการอย่างไม่จำกัดในหลายรูปแบบ การดำเนินการดังกล่าวได้ก่อให้เกิดปัญหามากมาย เช่น (1) การให้บริการที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ของผู้ใช้บริการ (2) การฝ่าฝืนกฎจราจรที่ส่งผลต่อการขาดระเบียบวินัยในการใช้รถใช้ถนน (3) การแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบของบุคคลบางคนจากผู้ขับขี่ เป็นต้น กรมการขนส่งทางบกเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ และความรับผิดชอบในการควบคุมดูแลสอดส่องรถรับจ้างสาธารณะทั่วไป ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย คือการดูแลเกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของผู้ใช้บริการและประชาชน แต่มีปัญหากฎหมายในการควบคุมกำกับดูแลเพราะ การตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตีความว่าการนำรถจักรยานยนต์มาลงโทษแก่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะได้ จึงทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการควบคุมดูแลกำกับภายใต้กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ซึ่งความจริงแล้วเจตนารมณ์ของกฎหมาย หากพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของผู้สร้าง, โรงงานผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ สภาพการใช้รถจักรยานยนต์จะเห็นได้ว่า ไม่มีวัตถุประสงค์ให้นำเอารถจักรยานยนต์มาใช้เป็นรถรับจ้างสาธารณะ กฎหมายจึงไม่มีข้อกำหนดในเรื่องนี้ กล่าวคือโดยสภาพและความเป็นจริงแล้วกฎหมายไม่ได้อนุญาตให้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นรถรับจ้างเลย ด้วยการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยรถยนต์จะมีความรับผิดทางอาญา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจึงตีความในลักษณะเพื่อคุ้มครองผู้ขับขี่ไม่ให้ต้องรับโทษทางอาญา ที่จะนำมาลงโทษบุคคลได้ต่อเมื่อกฎหมายได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนแน่นอน กรณีดังกล่าวจึงทำให้เกิดช่องว่างของการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป ปัญหานี้ได้เกิดขึ้นมาหลายปี และเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม จึงเป็นปัญหาที่ยากต่อการที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีความเห็นหลากหลาย การที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวโดยไม่รอบคอบแล้วอาจจะกลายเป็นปัญหาทางการเมือง ดังนั้น จึงจะต้องศึกษารวบรวมข้อมูลต่าง ๆและวิเคราะห์หาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้อย่างรอบคอบจึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลายาวกว่าการแก้ไขปัญหาอื่น ๆจากการศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์ปัญหา จึงมีความเห็นว่าควรจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้เป็น 2 ขั้นตอน คือ 1) มาตรการระยะสั้น เมื่อยังไม่มีกฎหมายเฉพาะมาควบคุมกำกับดูแลรถจักรยานยนต์รับจ้าง จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานให้ความร่วมมือเพื่อสอดส่องดูแลผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้างภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันเท่าที่จะเอื้ออำนวยให้ 2) มาตรการระยะยาว การแก้ไขปัญหาดังกล่าวมีความยุ่งยากลำบากจึงต้องมีข้อมูลครบถ้วนชัดเจน และแก้ไขปัญหาด้วยความละเอียดรอบคอบเพื่อไม่ให้กลับกลายเป็นปัญหาทางการเมือง ดังนั้นจึงต้องใช้ระยะเวลาประมาณ3 ปี เพื่อรวบรวมข้อมูลและศึกษาวิเคราะห์ปัญหา หากมีความจำเป็นต้องมีการเสนอออกกฎหมายมาควบคุมรถจักรยานยนต์รับจ้าง ก็จะต้องมีบทบัญญัติกฎหมายให้เหมาะสมครบถ้วนเพื่อใช้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ลุล่วงไปด้วยดี |
| บรรณานุกรม | : |
วิทวัส เวทยาวงศ์ . (2540). มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมรถจักรยานยนต์รับจ้าง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิทวัส เวทยาวงศ์ . 2540. "มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมรถจักรยานยนต์รับจ้าง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิทวัส เวทยาวงศ์ . "มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมรถจักรยานยนต์รับจ้าง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. วิทวัส เวทยาวงศ์ . มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมรถจักรยานยนต์รับจ้าง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
