ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ลักษณะทางสัทศาสตร์และวัจนปฏิบัติศาสตร์ของภาษาที่แม่พูดกับลูกในภาษาไทย : การศึกษาเชิงพัฒนาการต่อเนื่อง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ลักษณะทางสัทศาสตร์และวัจนปฏิบัติศาสตร์ของภาษาที่แม่พูดกับลูกในภาษาไทย : การศึกษาเชิงพัฒนาการต่อเนื่อง
นักวิจัย : ชญาดา ธนวิสุทธิ์
คำค้น : INFANT DIRECTED SPEECH , MOTHERESE , THAI , PHONETICS , PRAGMATICS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000172
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาภาษาที่แม่พูดกับลูกในภาษาไทยของแม่จำนวน 6 คน เป็นการศึกษาเชิงพัฒนาการต่อเนื่องทั้งหมด 5 ช่วงอายุของลูก คือ แรกเกิด 3 เดือน 6 เดือน9 เดือน และ 12 เดือน โดยเปรียบเทียบกับภาษาที่แม่พูดกับผู้ใหญ่ในสถานการณ์ธรรมชาติที่บ้าน ลักษณะสำคัญของภาษาแม่ 2 ลักษณะที่ศึกษาคือ (1) ลักษณะทางด้านเสียงโดยเฉพาะลักษณะสัทสัมพันธ์ หรือเสียงซ้อน อันได้แก่ การใช้เสียงสูง-ต่ำ ความสั้น-ยาวของหน่วยความ ความเร็วในการพูด และความดัง-ค่อยในการพูด และ (2) ลักษณะทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ อันได้แก่ จัจนกรรมเพื่อการสื่อสาร ในแง่ของลักษณะทางเสียง ใช้การวิเคราะห์ลักษณะทางสัทสัมพันธ์ทางกลสัทศาสตร์ อันได้แก่ ค่าความถี่มูลฐานพิสัยความถี่มูลฐาน ค่าระยะเวลาของพยางค์ ค่าระยะเวลาของหน่วยความ จำนวนพยางค์ต่อหน่วยความ และค่าความเข้มของเสียง ผลการเปรียบเทียบภาษาที่แม่พูดกับลูกกับภาษาที่แม่พูดกับผู้ใหญ่ พบว่าภาษาที่แม่พูดกับลูกใช้ระดับเสียงที่สูงกว่า ช่วงพิสัยกว้างกว่า ใช้เวลาในการพูดในหนึ่งหน่วยความสั้นกว่า ความยาวเฉลี่ยต่อหนึ่งพยางค์ยาวกว่า และจำนวนคำต่อหนึ่งหน่วยความน้อยกว่าภาษาที่แม่พูดกับผู้ใหญ่เมื่อดูการเปลี่ยนแปลงของลักษณะสัทสัมพันธ์ตามช่วงอายุพบลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่เด่น คือ ช่วงแรกเกิด ในขณะที่ช่วง 6 เดือน มีการใช้ระดับเสียงที่สูง และช่วงพิสัยที่กว้างกว่าช่วงอายุอื่นในช่วง 12 เดือน ลักษณะทางสัทสัมพันธ์ส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายกับในภาษาที่แม่พูดกับผู้ใหญ่ การวิเคราะห์การแปรที่เกิดจากตัวแปรทางอายุต่อลักษณะทางสัทสัมพันธ์โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนพบว่าการแปรของลักษณะทางสัทสัมพันธ์ทุกลักษณะตามอายุมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในแง่ของลักษณะทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ พบว่ามีกริยาแสดงการกระทำด้วยการกล่าวถ้อย 24 ประเภท ได้แก่บอก บรรยาย อธิบาย นับ เรียก ถาม สั่ง ขอร้อง ตำหนิเตือน ขู่ ห้าม ชักชวน อุทาน ร้องเพลง ปลอบ กล่อม ชมหยอกล้อ บ่น รำพึง ทักทาย ส่งผลัด และรักษาผลัด กริยาแสดงการกระทำด้วยการกล่าวถ้อยแบ่งออกได้เป็นวัจนกรรม5 ประเภท คือ การบอก การถาม การสั่ง การแสดงอารมณ์ความรู้สึก และการจัดการปฏิสัมพันธ์ การแสดงอารมณ์ความรู้สึกพบมากทุกช่วงอายุ ยกเว้นในช่วง 12 เดือน ในช่วง6 เดือน แม่ใช้วัจนกรรมที่เป็นการแสดงอารมณ์และความรู้สึกโดยเฉพาะการหยอกล้อมากที่สุด ในขณะที่การบอก และการสั่งพบมากในการพูดกับลูกช่วงอายุ 12 เดือน แม่ใช้การถามมากเมื่อลูกอยู่ในช่วงแรกเกิด และ 3 เดือน

บรรณานุกรม :
ชญาดา ธนวิสุทธิ์ . (2540). ลักษณะทางสัทศาสตร์และวัจนปฏิบัติศาสตร์ของภาษาที่แม่พูดกับลูกในภาษาไทย : การศึกษาเชิงพัฒนาการต่อเนื่อง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชญาดา ธนวิสุทธิ์ . 2540. "ลักษณะทางสัทศาสตร์และวัจนปฏิบัติศาสตร์ของภาษาที่แม่พูดกับลูกในภาษาไทย : การศึกษาเชิงพัฒนาการต่อเนื่อง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชญาดา ธนวิสุทธิ์ . "ลักษณะทางสัทศาสตร์และวัจนปฏิบัติศาสตร์ของภาษาที่แม่พูดกับลูกในภาษาไทย : การศึกษาเชิงพัฒนาการต่อเนื่อง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
ชญาดา ธนวิสุทธิ์ . ลักษณะทางสัทศาสตร์และวัจนปฏิบัติศาสตร์ของภาษาที่แม่พูดกับลูกในภาษาไทย : การศึกษาเชิงพัฒนาการต่อเนื่อง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.