| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนารหัสแท่งภาษาไทยและโปรแกรมถอดรหัสแท่งภาษาไทย |
| นักวิจัย | : | ศิธรา นวลใย |
| คำค้น | : | BARCODE , DECODING |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000585 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้มุ่งสร้างระบบรหัสแท่งภาษาไทยและการถอดรหัสแท่งภาษาไทย โดยใช้งานร่วมกับการ์ดอินเตอร์เฟสต้นแบบของเครื่องอ่านรหัสแท่งที่พัฒนาขึ้นโดยสำนักคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ รหัสแท่ง คือ ระบบสัญลักษณ์ที่มีลักษณะเป็นแถบสีทึบสลับสว่างมีความหนาบางแตกต่างกันไป ใช้แทนตัวเลขและหรือตัวอักษร แต่ละแถบของรหัสแท่งจะหมายถึงรหัสของเลขฐานสอง"0" หรือ "1" ขึ้นอยู่กับความกว้างที่ต่างกันไปในแต่ละแถบโดยกำหนดให้แถบสีทึบหรือสว่างที่มีความกว้างมากเป็น "1"และแถบสีทึบหรือสว่างที่มีความกว้างน้อยเป็น "0" เนื่องจากระบบรหัสแท่งที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถใช้ได้กับข้อมูลที่ต้องการใช้กับภาษาไทยโดยตรง ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงได้พัฒนาระบบรหัสแท่งภาษาไทยขึ้นมา โดยแบ่งงานวิจัยออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. การกำหนดรหัสแท่งภาษาไทย กำหนดให้รหัสแท่งหนึ่งตัวประกอบด้วยรหัสเลขฐานสอง 11 ตัวประกอบกัน ซึ่งจะมีตัวประกอบที่เป็นรหัสเลขฐานสอง "1" อยู่ 5 ตัว ประกอบ โดยในแถบดำ (แถบสีทึบ) จะประกอบด้วยบิต 1 จำนวน 3 ตัว และบิต 0 จำนวน 3 ตัว ส่วนในแถบขาว (แถบสว่าง) จะประกอบด้วยบิต 1 จำนวน 2 ตัว และบิต 0 จำนวน 3 ตัว ซึ่งสามารถใช้กำหนดรหัสแท่งได้ทั้งสิ้นจำนวน 200 รหัส 2. การกำหนดรูปแบบการพิมพ์รหัสแท่งภาษาไทย กำหนดให้รหัสแท่งหนึ่งตัวประกอบด้วยแถบดำ 6 แถบและแถบขาว 5 แถบในส่วนของแถบดำจะประกอบด้วยแถบดำกว้าง 3 แถบ และแถบดำแคบ3 แถบ ส่วนแถบขาวจะประกอบด้วยแถบขาวกว้าง 2 แถบและแถบขาวแคบ 3 แถบ ในการพิมพ์รหัสแท่งแต่ละครั้งจะใช้อักขระตัวที่239 ในตารางรหัสรหัสแท่งภาษาไทยเป็นตัวกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของแถบรหัสแท่งภาษาไทย เนื่องจากเป็นอักขระที่คาดว่าจะมีการใช้พิมพ์เป็นรหัสแท่งน้อย 3. การอ่านและถอดรหัสแท่งภาษาไทย ใช้การ์ดอินเตอร์เฟสต้นแบบของเครื่องอ่านรหัสแท่งร่วมกับโปรแกรมการถอดรหัสโดยในการลากหัวอ่านผ่านรหัสแท่งจะได้ข้อมูลเป็นกลุ่มของบิต1 เมื่อลากผ่านแถบดำ และเป็นกลุ่มของบิต 0 เมื่อลากผ่านแถบขาว จากนั้นทำการนับจำนวนของบิต 1 และบิต 0 แต่ละกลุ่มแล้วเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของข้อมูลแต่ละชุดว่าจำนวนของบิต 1หรือบิต 0 แต่ละกลุ่มนั้นได้มาจากการแทนรหัสของแถบกว้างหรือแถบแคบ โดยถ้าจำนวนของบิตมากกว่าหรือเท่ากับค่าเฉลี่ยหมายถึงแถบกว้าง ดังนั้นจะถูกแทนที่ด้วยบิต 1 แต่ถ้าจำนวนของบิตน้อยกว่าค่าเฉลี่ยหมายถึงแถบแคบ ดังนั้นจะถูกแทนที่ด้วยบิต 0 เมื่อข้อมูลทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยบิต 1 และหรือบิต 0 แล้ว นำรหัสเลขฐานสองครั้งละ 11 บิต ไปหาค่ารหัสแอสกีจากตารางรหัสแท่งภาษาไทยและแปลงให้เป็นอักขระต่อไป จากการทดสอบการพิมพ์และการอ่านรหัสแท่ง โดยใช้ชุดทดสอบ 20 ชุด ทำการลากหัวอ่านจากซ้ายไปขาวชุดละ 700 ครั้งได้ผลการถอดรหัสถูกต้องคิดเป็นร้อยละ 99.01 และทำการลากหัวอ่านจากขวาไปซ้ายชุดละ 700 ครั้ง ได้ผลการถอดรหัสถูกต้องคิดเป็นร้อยละ 98.73 ดังนั้นได้ผลการถอดรหัสถูกต้องเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 98.87 |
| บรรณานุกรม | : |
ศิธรา นวลใย . (2539). การพัฒนารหัสแท่งภาษาไทยและโปรแกรมถอดรหัสแท่งภาษาไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศิธรา นวลใย . 2539. "การพัฒนารหัสแท่งภาษาไทยและโปรแกรมถอดรหัสแท่งภาษาไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศิธรา นวลใย . "การพัฒนารหัสแท่งภาษาไทยและโปรแกรมถอดรหัสแท่งภาษาไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. ศิธรา นวลใย . การพัฒนารหัสแท่งภาษาไทยและโปรแกรมถอดรหัสแท่งภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
